U=U ไม่เจอ=ไม่แพร่

เมื่อคนที่มีเชื้อเอชไอวีกินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะทำให้ปริมาณไวรัสในกระแสเลือด

(ไวรัสโหลด) ลดต่ำลงจนตรวจไม่พบเชื้อ คนที่อยู่ในสถานะตรวจไม่พบเชื้อจะไม่สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีไปสู่คนอื่นได้

ถ้าคุณมีปริมาณเชื้อไวรัสต่ำกว่า 50 ตัวต่อหนึ่งซีซีของเลือด จะเรียกว่า คุณตรวจไม่พบเชื้อ วิธีเดียวที่จะรู้ปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดได้คือต้องตรวจเลือดในห้องแล็บ

นอกจากนี้ผู้ติดเชื้อสัญชาติไทยยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการตรวจไวรัสโหลดฟรีที่โรงพยาบาลรัฐ ไม่เกิน 2 ครั้ง/ปี

90% ของคนมีเชื้อที่กินยาต้านไวรัสอย่างเคร่งครัดจะตรวจไม่พบเชื้อใน 3 ถึง 6 เดือนหลังเริ่มกินยา หรือเร็วกว่าในบางราย

ไม่ได้ การที่คุณตรวจไม่พบเชื้อ ไม่ได้แปลว่าคุณหายขาดจากการติดเชื้อเอชไอวี แต่หมายถึงยาต้านกดการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสไว้ จนไม่แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

ถ้าคุณหยุดกินยา เชื้อเอชไอวีจะกลับไปเพิ่มจำนวนเองจนส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณ ทำให้สุขภาพแย่ลงและเพิ่มโอกาสการแพร่เชื้อสู่คนอื่น นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่คุณจะดื้อยาอีกด้วย

ไม่ ปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดเปลี่ยนแปลงได้ บางครั้งอาจพบว่าค่าไวรัสโหลดพุ่งขึ้นในระยะสั้นๆ ก่อนจะหล่นกลับไปอยู่ระดับตรวจไม่พบเชื้อเหมือนเดิม แต่ก็พบไม่บ่อยนัก การตรวจไวรัสโหลดเป็นประจำก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะถึงแม้ว่าคุณจะแน่ใจว่าตัวเองกินยาอย่างดี แต่ปัจจัยทางสุขภาพอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อไวรัสโหลดได้

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของคุณ ข้อแนะนำเบื้องต้นคือตรวจทุกๆ 3 – 4 เดือน คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาเวลาที่เหมาะกับคุณที่สุด

ไม่เหมือน CD4 เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ต่อสู้กับเชื้อโรคในร่างกายเรา เชื้อเอชไอวีเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำลายเซลล์ CD4 ให้ลดลงอย่างรวดเร็ว การตรวจ CD4 คือการตรวจปริมาณเซลล์นี้ในกระแสเลือด ขณะที่เราอยากให้ไวรัสโหลดต่ำที่สุด ในทางกลับกัน ยิ่งมีปริมาณ CD4 ในเลือดมาก ก็ยิ่งดี การกินยาต้านเป็นประจำจะช่วยให้ไวรัสโหลดน้อยลงจนถึงขั้นตรวจไม่พบ และปริมาณ CD4 สูงขึ้นได้

การที่คุณตรวจไม่พบเชื้อทำให้คุณไม่แพร่เชื้อเอชไอวีสู่คู่นอนของคุณจริง แต่นั่นไม่ได้ป้องกันคู่นอนของคุณ หรือตัวคุณเองจากการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ การใช้ถุงยางอนามัยยังเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะถ้าคุณมีคู่นอนหลายคน หรือคุณไม่รู้ว่าเขามีเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใดๆ หรือเปล่า

ถ้าคุณตรวจไม่พบเชื้ออย่างน้อย 6 เดือน และยังคงกินยาอย่างเคร่งครัด คู่ของคุณก็ไม่เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ ในประเทศไทยไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายหรือจริยธรรมที่จะต้องเปิดเผยสถานะเลือดของตัวเองถ้าคุณไม่ได้ทำให้ใครเสี่ยง อย่างไรก็ตาม คุณควรพิจารณาผลดีผลเสียของการที่คุณจะเปิดเผยสถานะเลือดแก่คู่นอน คู่นอนของคุณอาจไม่พอใจหากรู้สถานะเลือดของคุณในภายหลัง และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ได้ แม้จะไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อเลย แต่ถ้าคุณมีเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเอชไอวีที่สามารถแพร่ได้อยู่ ก็ควรแจ้งอีกฝ่ายให้รู้ก่อนเพื่อจะสามารถป้องกันได้อย่างเหมาะสม

งานวิจัยรายงานว่า มีโอกาสน้อยที่จะติดเชื้อเอชไอวีสายพันธ์อื่นๆ ถ้าคุณทั้งคู่ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณาประกอบ เช่น ความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ และ/หรือ คุณทั้งคู่ตรวจไวรัสโหลดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่