15 ภาพยนตร์ไทยที่ว่าด้วยความรักหลากหลายรูปแบบของเกย์

เมื่อความรักไม่จำกัดเพศ และไม่จำกัดรูปแบบ TestBKK เลยชวนคุณมาดูภาพยนตร์ไทย 15 เรื่อง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของเกย์ และกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ที่ไม่ได้มีเพียงความตลกโปกฮา หรือต้องมีความรักที่จบลงด้วยน้ำตาเสมอไป 

  1. เพื่อนกูรักมึงว่ะ Bangkok Love Story (2007) 

นับว่าเป็นภาพยนตร์รักดราม่าของไทยเรื่องแรกๆ ที่นำเสนอชีวิตรักของเกย์ที่ไม่ได้พ่วงมากับความตลกโปกฮา ผลงานมาสเตอร์พีซของผู้กำกับชื่อดัง พจน์ อานนท์ เล่าเรื่องราวรักต้องห้ามของมือปืนผู้ปิดตายหัวใจตัวเองกับตำรวจหนุ่มที่รู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไปในชีวิตรักของเขา ด้วยความบังเอิญที่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้ทั้งคู่พัฒนาความรักจนเลยเถิดเป็นความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แม้จะรู้ว่าความรักครั้งนี้เป็นเรื่องต้องห้าม และแม้จะหนียังไง แต่ทั้งคู่ก็ไม่อาจปฏิเสธหัวใจตัวเองได้

 

  1. รักแห่งสยาม The Love of Siam (2007) 

หนังดังระดับภูมิภาคเอเชียเรื่องนี้คงเป็นเรื่องโปรดในใจของใครหลายคนแน่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก การค้นหาตัวตนและการยอมรับตัวเองผ่านมุมมองของเด็กชายสองคนคือโต้ง และมิว ที่เคยเป็นเพื่อนรักกันสมัยเด็ก และได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มเปลี่ยนไป แม้ตัวละครหลักจะเป็นคู่ชาย-ชาย แต่หนังเรื่องนี้ก็ได้เสนอประเด็นชีวิตความรักหลายรูปแบบ ความเป็นมนุษย์ และความสัมพันธ์ของครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง เรียกได้ว่าเมื่อดูจบก็จะยิ้มทั้งน้ำตาไปตามๆ กัน

 

  1. ณ ขณะรัก A Moment in June (2009) 

ภาพยนตร์นอกกระแสที่บอกเล่าเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นใน 2 ช่วงเวลาของคน 2 คู่ เล่าย้อนไปมาระหว่างเรื่องราวความรักของชายหญิงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมจนต้องห่างกันและได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง กับเรื่องของปกรณ์ และ พล คู่รักเกย์ที่ค้นพบว่าการใช้ชีวิตร่วมกันไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้จนทั้งสองตกลงที่จะแยกทางกันสักพักเพื่อตัดสินใจ และสัญญาว่าจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง หนังแอบบอกเราอย่างลึกซึ้งว่า โอกาสครั้งที่สองไม่ได้มีสำหรับทุกคน

 

  1. แมลงรักในสวนหลังบ้าน Insects in the Backyard (2010) 

หนังเล่าถึงครอบครัวของ ธัญญ่า สาวประเภทสองวัยกลางคนที่ต้องดูแลน้องชายเกย์และน้องสาวม.ปลายที่ขายตัว ซึ่งต่างหมางเมินเธอ เรื่องราวสะท้อนด้านมืดของสังคมจะคลายปมให้เห็นปัญหาที่ถูกปล่อยทิ้งไว้มานานไม่ต่างจากแมลงที่โบยบินอยู่หลังบ้านของพวกเขา หนังเรื่องนี้เคยถูกห้ามฉายเมื่อ 7 ปีก่อน ผู้กำกับจึงยื่นอุทธรณ์จนสามารถเข้าฉายได้เมื่อปี 2560 นี่เอง แต่ต้องขอบอกว่าหนังเรื่องนี้อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนด้วยวิธีการเล่าเรื่องเหนือจริงและเต็มไปด้วยฉากทางเพศที่ค่อนข้างหวือหวา

 

  1. Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ (2012) 

ภาพยนตร์ดราม่าอีกเรื่องของชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับ รักแห่งสยาม ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักสุขเศร้าเหงาซึ้งของคนหลายคู่ ตอน “บ้านหลังที่สอง” เล่าเรื่องของ เน นักเรียนม.6ที่กำลังจะจบจากโรงเรียนมัธยม จึงเลือกจะกลับมาถ่ายภาพเก็บความทรงจำของโรงเรียนตอนกลางคืนและได้พบกับรุ่นน้องม.3 บีม นักกีฬาบาส มิตรภาพและบทสนทนาที่เติมเต็มความเงียบในค่ำคืนนั้นทำให้ทั้งสองรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเชื่อมถึงกัน นอกจากนั้นเรื่องราวอีก 2 ตอนของหนังก็จะทำให้เราได้เข้าใจความรัก ความสุข และความทรงจำอันงดงามมากขึ้นด้วย

 

  1. ไม่ได้ขอให้มารัก It Gets Better (2012) 

ผลงานอีกเรื่องของผู้กำกับ Insects in the Backyard เป็นภาพยนตร์ชีวิตของเหล่าคนที่การเดินทางทำให้พวกเขาได้พบความรักอย่างไม่คาดฝัน ทั้งผู้หญิงข้ามเพศรุ่นใหญ่ที่เดินทางไปไกลถึงภาคเหนือด้วยเหตุผลส่วนตัว หนุ่มหล่อที่เดินทางกลับจากเมืองนอกเพื่อจัดการร้านบาร์เกย์ของพ่อผู้เสียชีวิต และเด็กหนุ่มที่ถูกพ่อบังคับให้ไปบวชเพราะหวังว่าจะทำให้เขากลับเป็นผู้ชายได้ หนังเล่าเรื่องของเพศที่สามอย่างตรงไปตรงมาและมีชีวิตชีวา ไม่ได้ต้องมีชีวิตรันทด หรือต้องตลกโปกฮาอยู่ตลอดเวลา

 

  1. Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด (2013) 

ภาพยนตร์รักโรแมนติกว่าด้วยเรื่องราวของความรักของเพศที่สามที่เต็มไปด้วยความรัก ความสุข ความหวัง และความผิดหวังที่จะทำให้เราเข้าใจความรักมากขึ้น หนังเรื่องนี้แบ่งออกเป็น 3 พาร์ท บอกเล่าความรักของ 3 วัย คือ รักครั้งแรกของเพื่อนสนิท 2 คน รักวัยรุ่นของคู่รักเน็ตไอดอล และรักด่วนขบวนสุดท้ายของชายหนุ่มวัยกลางคน การตัดสินใจเลือกครั้งสำคัญอาจทำให้ใครบางคนเสียใจ แต่ท้ายที่สุดนั้นพวกเขาอาจได้เรียนรู้ความหมายของคำว่า เพราะรัก ไม่สิ้นสุดไปพร้อมๆ กัน

 

  1. สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to Winter (2014) 

ภาพยนตร์จากผู้สร้าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด บอกเล่าเรื่องราวความรักและความผูกพันระหว่าง ตั้ม เด็กหนุ่มผู้ปิดตัวเองและพยายามหนีจากกรงขังที่เรียกว่าครอบครัว กับ คิมหันต์ เจ้าของรอยยิ้มสดใสผู้จะเปิดโลกแคบๆ ของตั้มออกทีละนิด มิตรภาพจากคนแปลกหน้าที่กลายเป็นเพื่อนรักคนแรกในชีวิตได้มอบรอยยิ้มและความสุขจนทำให้โลกของตั้มเปลี่ยนไป จนกระทั่งการจากลามาถึง คำสัญญาที่เคยให้กันไว้จะทำให้ชีวิตทั้งสองผูกกันไปตลอดได้จริงหรือ

 

  1. Love’s Coming ใช่รักหรือเปล่า (2014) 

เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนชายที่สงสัยว่าเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งเป็นเกย์รึเปล่า เพราะชอบไปติวหนังสือให้เพื่อนข้างบ้านที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน เพื่อนในกลุ่มจึงพยายามหาทางพิสูจน์ว่าเพื่อนของพวกเขานั้นว่าเป็นเกย์จริงมั้ย พร้อมเรื่องราววุ่นๆที่มาพร้อมคำตอบของหัวใจ แม้เป็นหนังที่จำกัดโรงฉาย แต่ผลตอบรับจากคนดูก็เป็นบวกอย่างมาก มีทั้งความฮา จิ้น ฟิน และซึ้งจนต้องอมยิ้มออกจากโรงหนังเลยทีเดียว

 

  1. พี่ชาย My Bromance (2014) 

กอล์ฟและแบงค์ เป็นพี่น้องต่างสายเลือดที่ไม่ค่อยจะลงรอยกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความใกล้ชิดและความผูกพันของทั้งคู่ได้ก่อเกิดเป็นความรักที่นำมาซึ่งการเสียสละอันยิ่งใหญ่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแค่นำเสนอความรักของพี่น้องคู่หนึ่งเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความรักของครอบครัวและมิตรภาพระหว่างเพื่อน จนทำให้เห็นว่าครอบครัวอาจะไม่ใช่แค่คนสายเลือดเดียวกันเท่านั้น แต่คือสังคม เพื่อนฝูง สถานที่ต่างๆที่จะทำให้เรามีความสุขได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ยาวต่อในชื่อเดียวกันอีกด้วย

 

  1. อนธการ The Blue Hour (2015) 

เรื่องของ ตั้ม เกย์หนุ่มผู้มีโลกส่วนตัวสูงและขาดความรักจากครอบครัวและเพื่อน วันหนึ่งเขาได้รู้จัก ภูมิ เด็กชายลึกลับจากในอินเทอร์เน็ต ก่อนจะไปพบกันที่สระว่ายน้ำร้าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ทำให้ตั้มก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่สุดในชีวิต หนังเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องเวอร์ชั่นสมบูรณ์ของตอน "คืนสีน้ำเงิน" จากซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอนนั่นเอง

 

  1. พี่ชาย My Hero (2015) 
    ภาพยนตร์แนวชีวิต ประเภทการเปลี่ยนผ่านของวัย (coming of age) มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ เอก พี่ชายที่เป็นเกย์ กับ โอ๊ต น้องชายที่เป็นชายแท้ เมื่อวันคัดเลือกเกณฑ์ทหารประจำปีทำให้โอ๊ตได้มองย้อนกลับไปในวัยเด็กและนึกถึงเหตุการณ์ที่พี่ชายของเขาต้องไปเป็นทหาร และนำไปสู่เหตุการณ์เกินคาดเดา หนังไม่เพียงสะท้อนชีวิตของเกย์แต่ยังนำเสนอและตั้งคำถามประเด็นสังคมต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ เช่น ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ การขายบริการทางเพศของชายรักชาย การใช้ยาเสพติด หรือกระทั่งความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย

 

  1. เมื่อฝนหยดลงบนหัว The Rain Stories (2016) 

ผลงานอีกเรื่องจากผู้สร้าง พี่ชาย My Bromance ที่กลับมาพร้อมมุมมองความรักที่ใหม่ขึ้น เยอะขึ้น และสมจริงขึ้นของความรักของคน 3 คู่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ทั้งเรื่องของเด็กที่มีความพิการผู้ตกหลุมรักหนุ่มหล่อของโรงเรียน เด็กหนุ่มที่ต้องพบพ่อผู้ไม่เคยเห็นหน้าตั้งแต่เกิดกับเพื่อนสนิท และนักเรียนม.6ที่ติดหนี้พนันบอลจนตัดสินใจขายบริการและได้พบผู้ชายคนหนึ่งที่จะเปลี่ยนมุมมองความรักเขา รับรองว่าหนังทำให้คุณทั้งสุข เศร้า เหงา ซึ้ง และดราม่าน้ำตาแตกได้

 

  1. Present Perfect แค่นี้ก็ดีแล้ว (2017) 

หนังไทยที่ได้ทุนจากเทศบาลเมืองฮิกาชิคาวะ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นในการสร้าง ถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่บังเอิญไปพบกันในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เต้ย เพิ่งถูกแฟนทิ้ง ส่วน โอ๊ต กำลังจะแต่งงาน ท่ามกลางบรรยากาศแสนพิเศษและทัศนียภาพอันสวยงาม มิตรภาพและความสัมพันธ์บางอย่างได้ก่อตัวขึ้นและช่วยเยียวยาจิตใจก่อนพวกเขาจะต้องกลับไปสู่โลกความจริง ด้วยการเล่าเรื่องแบบเรียบง่ายสไตล์หนังรักญี่ปุ่น ทำให้เราหลงเสน่ห์เมืองเล็กๆ นี้ และรู้สึกดีไปกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนได้ไม่ยาก

 

  1. มะลิลา Malila The Farewell Flower (2018) 

ภาพยนตร์แนวโรแมนติกดราม่าว่าด้วยความรักและความอาลัยต่อผู้ที่จากไป เรื่องราวของ เชน เจ้าของสวนมะลิผู้มีอดีตอันเจ็บปวด และ พิช นักทำบายศรีซึ่งเป็นอดีตคนรักของเชนในวัยเด็ก เมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้งในเวลาที่ทั้งสองต่างพบความสูญเสีย ทั้งคู่จึงพยายามเยียวยาบาดแผลในอดีตและรื้อฟื้นความสัมพันธ์ผ่านการทำบายศรีอันงดงาม หนังไม่เพียงฉายภาพความรักอันลึกซึ้ง แต่สื่อถึงความจริงอันเจ็บปวดที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญผ่านการเล่าเรื่องอันแช่มช้อยงดงาม จนกลายเป็นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ


น่ายินดีที่เรามีหนังเกี่ยวกับเกย์และเพศทางเลือกมากมาย เพราะนั่นก็เป็นหลักฐานหนึ่งว่าสังคมและพื้นที่ในสื่อบันเทิงของไทยเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้พัฒนากันต่อไป ในฐานะคนดู เราควรช่วยกันสนับสนุนหนังเกย์ไทยดีๆ อย่างถูกลิขสิทธิ์ เพื่อให้มีหนังเกย์ดีๆ ที่จะเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างกลุ่มคนในสังคมมากขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการช่วยพัฒนาสังคมในหลายด้านไปพร้อมๆ กันได้

ลิสต์ข้างบนเขียนขึ้นตามคะแนนพิสวาสส่วนตัวของผู้เขียนทั้งนั้น หากใครไม่เห็นด้วย หรือมีเรื่องไหนอยากแนะนำเพิ่มเติม ก็เสนอมาได้เลยที่เพจเฟซบุ๊ค TestBKK เราก็อยากดูหนังโปรดของคุณ!

และถ้าดูหนังเสร็จแล้วนึกอยากตรวจเลือด สามารถจองคิวตรวจเลือดฟรีกับคลินิกที่ร่วมกับ TestBKK ได้ ที่นี่