มึงสู้ไหมหล่ะ ถ้ามึงสู้กูก็สู้ ถ้ามึงไม่สู้ กูก็ไม่รู้จะสู้ไปเพื่อใคร

สวัสดีครับผมเป็น 1 คนที่ติดเชื้อ HIV ผมติดเชื้อตอนเรียนปี 3 แล้วพอช่วงปิดเทอมก็กลับบ้านปกติ ก่อนกลับบ้าน ตจว. 1 อาทิตย์ น้ำหนักผมลด 8 กิโล ผมก็ยังไม่สนใจอะไรคิดแค่ว่าคงเพราะเรียนหนัก ไม่มีเวลาพักผ่อนเข้าฟิตเนตด้วยมั้ง พอกลับถึงบ้านปุ๊ป หม่าม้าพาไปหาหมอ แอดมิดวันนั้นเลยครับ หมอเรียกเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว หมออ้ำๆ อึ้งๆ ผมเลยบอกหมอไปว่ามีอะไรพูดเลย หมอบอกว่าคุณมีโอกาสติดเชื้อนะ เพราะอาการของคุณคล้ายๆ หมอว่าตรวจหน่อยดีไหม ผมบอกได้ตรวจครับ ในใจไม่ใช่ว่าไม่เสียใจนะครับ เสียใจแต่ถ้าเป็นก็ต้องเป็น ตรวจเสร็จผลก็ออกมาเป็นอย่างที่คิดไว้ ผมเดินออกไปบอกหม่าม้าต่อหน้าคนไข้คนอื่นๆ ที่นั่งรอตรวจ หม่าม้าผมนิ่งไปพักนึงแล้วกอดผม ไม่ร้องไห้เลยแม้แต่แอะเดียว พูดออกมาว่า "มึงจะเป็นอะไร มึงก็เป็นลูกกู" กลับกลายเป็นผมที่ร้องไห้หนักมาก หม่าม้าก็บอกร้องออกมาให้หมด เสียใจก็ร้องไห้ออกมา ร้องวันนี้วันเดียวพอ ผมเลยบอกไปว่าไม่ได้เสียใจทีติดเชื้อ HIV แต่ร้องไห้เพราะทำให้หม่าม้าเสียใจอีกแล้ว

ผมนอน รพ.เกือบ 2 เดือนเต็มๆ ครับ ไวรัสโหลดผมตอนนั้น 1.7 ล้านตัว (เยอะมาก) ค่า CD4 ผมเหลือ 7% หมอบอกถ้าเป็นคนอื่นไม่ได้มานั่งคุยกับหมออย่างนี้หรอก ใส่เปลนอนมาแล้ว ทำไมคุณยังดูดี แข็งแรงไม่โทรม ผมก็เลยตอบไปว่าผมเข้าฟิตเนตออกกำลังกายมั้งครับ ตลอด 2 เดือนที่ผมนอนรพ. ผมเห็นว่าหม่าม้าเหนื่อยมาก เช้าต้องไปทำงานเย็นต้องกลับมาเฝ้าผม นอนในซอกข้างเตียงแคบๆ ร้อนๆ ตี 4 ต้องตื่นไปทำงาน ทำอย่างนี้ทุกวัน ขอห้องพิเศษหมอก็ไม่ให้ ให้อยู่เตียงแรกใกล้พยาบาล เพราะกลัวผมตายแล้วหมอเอาไว้ไม่ทัน ผมเลยถามหม่าม้าไปคำนึงว่า “หม่าม้า หม่าม้าเหนื่อยไหม” แล้วผมก็ร้องไห้อีกแล้ว หม่าม้าก็ยังป้อนข้าวผมอยู่แล้วก็พูดออกมาคำนึงว่า "มึงสู้ไหมหล่ะ ถ้ามึงสู้กูก็สู้ ถ้ามึงไม่สู้ กูก็ไม่รู้จะสู้ไปเพื่อใคร" เท่านั้นผมร้องหนักกว่าเดิม หลังจากนั้นผมก็สู้ครับ เพราะหม่าม้ามีผมคนเดียว อาการหนักถึงขั้นหมอจะให้ drop เรียน ผมเถียงหมอยังไงก็ไม่ drop สู้จนกลับมาเรียนจนจบครับ เอาใบปริญญามาให้หม่าม้าได้สำเร็จ

ที่ผมมาเล่า ผมแค่อยากเล่าประสบการณ์ของผมให้พี่ๆได้รับฟัง ได้มีคนรับรู้เรื่องราวของผม เพราะเรื่องพวกนี้ไม่ใช่จะไปเล่าให้ใครฟังได้ง่ายๆ ทุกวันนี้ผมก็ทำงานใช้ชีวิตปกติครับ ขอบคุณที่รับฟังเรื่องราวของผมนะครับ

เขียนโดย: สอง


บทความนี้มาจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับ HIV กับ TestBKK ปี 2017 

หากคุณมีผลเลือดบวก คุณสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจการรักษาและบริการสนับสนุนอื่นๆที่จำเป็นในการดูแลสุขภาพได้ ที่นี่

และถ้าคุณยังไม่ทราบสถานะเลือดตัวเอง สามารถจองคิวตรวจเลือดฟรีกับคลินิกที่ร่วมกับ TestBKK ได้ ที่นี่