มาคุยเรื่องยาเพร็พกันเถอะ

มาคุยเรื่องยาเพร็พกันเถอะ

ถ้ากล่าวถึงยาเพร็พ, ยาเพร็พก็คือ ยาต้านไวรัสในรูปแบบการรับประทาน ซึ่งใช้ในกลุ่มคนที่มีผลเลือดเป็นลบ(ไม่มีเชื้อเอชไอวีในร่างกาย) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ข้อมูลจากงานศึกษา iPrEx บอกว่า ยาเพร็พสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี ได้ถึง 92-99% ในผู้ที่มีสถานะเลือดเป็นลบซึ่งรับประทานยาเป็นประจำทุกวัน

ทานยาเพร็พหรือไม่ มันคือคำถามที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้ในกลุ่มชายรักชายและก็รวมถึงตัวของผมเองด้วยที่กำลังสนใจและศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาของยาตัวนี้

ตอนนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่มีอัตราที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มชายรักชายในกรุงเทพมหานคร จากกรณีศึกษาที่ว่า ภายใน 5 ปีที่ผ่านมา เยาวชนกว่าครึ่งของชาวชายรักชายในกรุงเทพมหานครได้รับเชื้อเอชไอวี เนื่องจากไม่ใช้ถุงยางเป็นประจำเมื่อมีเพศสัมพันธ์

ยาเพร็พไม่ใช่กระสุนที่ต่อสู้เพื่อทำลายการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี แต่มันถือว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ต่อสู้กับความกังวลที่มีประสิทธิภาพหรืออย่างน้อยก็เป็นเหมือนสัญญาว่า “คุณได้เตรียมตัวไว้พร้อมแเล้วใช่ไหม?”  (บทสนทนาจาก UNAIDS, FHI360, Youth lead, Youth voice count ในงาน IDAHOT กับเยาวชนชายรักชายและสาวประเภทสองในกรุงเทพฯ)

จากการสนทนาครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การพูดคุยที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของยาเพร็พเท่านั้น ยังมีการพูดถึงวิธีคิดและการทำกลยุทธ์ออนไลน์ต่างๆ ในการดูแลและให้ความรู้กับกลุ่มเยาวชนชายรักชายและสาวประเภทสองในประเทศไทยด้วย ผมได้รับเชิญเป็นส่วนหนึ่งในการพูดคุยในฐานะที่ผมเป็นผู้ช่วยฝ่ายกิจกรรมของแคมเปญ TestBKK ผมได้โอกาสขึ้นเวทีเพื่อแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จที่ TestBKK มีส่วนให้จำนวนการลดลงของผู้ที่ไปตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี มีจำนวนเพิ่มขึ้นในกลุ่มเยาชนชาวชายรักชายที่ใช้สื่อออนไลน์และยังมีผู้มาร่วมแบ่งปันความรู้ ทั้งผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับยาเพร็พจาก Dr.Donn Colby จากศูนย์วิจัยสภากาชาดไทยและคุณ Lieu Vu เยาวชนชายรักชายที่ได้อัดคลิปวีดีโอเกี่ยวกับการทานยาเพร็พลงในยูทูป เมื่อไมโครโฟนได้อยู่ในมือผู้เชียวชาญและผู้ที่มีประสบการณ์อย่าง 2 ท่านนี้ แน่นอนได้ว่าการสนทนาเกี่ยวกับยาเพร็พนี้ คือ สิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

ทางด้านวิชาการ

ผมก็เป็นเกย์คนที่หนึ่งที่โสดและอายุยังน้อย ต้องบอกก่อนเลยว่าผมยังไม่ได้ทานยาเพร็พ ครั้งแรกที่ผมได้เรียนรู้ทำความรู้จักกับยาเพร็พ คือ ตอนที่ผมได้เริ่มทำงานกับ TestBKK ในปี 2014 ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับยาเพร็พอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้นการทดลองต่างๆไม่ได้ถูกเผยแพร่ตามสาธารณะมากนัก นั้นก็เหมือนว่า มีโพสต์ดีๆ อยู่หนึ่งอันในเฟสบุ๊คแต่กลับไม่มีคนไลค์มากเท่าที่ควร

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา WHO (องค์การอนามัยโลก) แนะนำว่า ยาเพร็พเปรียบเสมือนตัวแปรสำคัญที่จะเพิ่มการป้องกันในกลุ่มชายรักชายและผู้ที่มักจะมีคู่นอนแบบชั่วครั้งชั่วคราวได้ ตั้งแต่นั้นมาประเด็นของยาเพร็พก็กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยาเพร็พยังมีข้อกังขาให้ถกเถียงกันอยู่ว่า ยานี้จะทำให้คนที่ใช้ยามีข้ออ้างในการไม่ใช้ถุงยางหรือเปล่า? และยังมีความสงสัยเกี่ยวกับผลของยาเพร็พว่า เมื่อทานแล้วฤทธิ์ยาจะป้องกันนานแค่ไหนและต้องทานระยะเวลานานเท่าไร? นั่นเป็นเพียงแค่คำถามส่วนเล็กๆเกี่ยวกับยาเพร็พเท่านั้น มีคำถามต่างๆมากมายและซึ่งผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รอคำตอบจาก Dr.Colby เกี่ยวกับเรื่องยาเพร็พและผมเองก็เชื่อว่ามีเยาวชนที่ร่วมฟังการสนทนาในห้องก็ต่างคิดเหมือนกันกับผม

Dr.Colby ได้ปลดปัญหาที่ข้องใจในผู้ใช้ยาเพร็พรายใหม่ว่า ยาเพร็พ ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เรามีเพศสัมพันธ์กันอย่างมีอิสระโดยปราศจากถุงยาง ยาเพร็พมีไว้เพื่อเป็นเครื่องมือต่อการสู้กับปัญหาเอชไอวีในด้านของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม(โดยเฉพาะในกรณีที่กลุ่มเกย์มีค่านิยมที่มีเพศสัมพันธ์อย่างไม่ป้องกัน) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ถึงว่าแม้จะมีการเดิมพันสูงก็ตาม ทุกคนต่างก็รู้กันอยู่แล้วว่าออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ก็ยังคงมีปัญหาโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอยู่และทุกคนต่างก็รู้ว่าบุหรี่นั้นเป็นตัวการที่จะทำให้เราอายุสั้นลงแต่ก็ยังมีคนเป็นล้านๆที่ยังสูบบุหรี่อยู่

มันก็เหมือนยาชนิดอื่นๆที่ต้องใช้เวลาต่อเนื่องในการทาน ยาเพร็พก็เช่นกันที่จะมีประสิทธิภาพในระยะยาว Dr.Colby กล่าว การทานยาเพร็พจะต้องมีการตรวจเช็คร่างกายกับหมออย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน เพื่อตรวจหาผลที่เกิดกับร่างกาย

ยังมีความกังวลเล็กๆต่อฤทธิ์ยาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตับ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมทางคลินิคสภากาชาดไทย ถึงมีการตรวจการทำงานของตับอย่างเป็นประจำสำหรับผู้ที่รับประทานยาเพร็พ และก็ยังมีที่กังวลเรื่องของการทานยาเพร็พจะให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกนั้นลดลง ซึ่ง Dr.Colby ได้ตอบสั้นๆ อย่างเข้าใจง่ายว่าก็ให้ดื่มนมเป็นประจำหรือไม่ก็ทานแคลเซียมเสริมร่วมด้วย

Dr. Colby อธิบายกับผู้ฟังว่า เมื่อทานยาเพร็พเข้าไปโดยประมาณ 4-7 วัน จะมีระดับการป้องกันเชื้อสูงอยู่ในร่างกาย แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า เราควรทานยาเพร็พในเฉพาะเวลาที่เรามีพฤติกรรมเสี่ยงถูกไหม? เราไม่สามารถจะรู้ได้ว่า เมื่อไรมันจะเกิดขึ้นและแน่นอนที่สุดว่ายิ่งคุณเป็นคนโสดและยุ่งอยู่ตลอดเวลา(ประมาณว่าเช็ค Grindr ทุกๆ 5 นาที) นั่นแหละก็คือสื่งสำคัญที่ว่าทำไมต้องทานยาเพร็พทุกวัน ก็เพื่อความแน่ใจว่าในร่างกายของคุณนั้นยังมียาเพร็พทำหน้าที่ปกป้องร่างกายของคุณอยู่

มาถอดท่อนบนออกกันเถอะ!!

ไม่ค่อยมีใครที่จะเข้าใจเยาวชนคนหนึ่งที่มาโปรโมทตัวเองลงบนโซเซียลมีเดีย คิดว่าทำเพื่อเป้าหมายที่ไม่ใช่แง่ไม่ดีเสมอไป แต่ในทางกลับกันจริงๆแล้ว นั่นเป็นวิธีสื่อสารข้อมูลที่ดีมาก ตัวอย่างเช่นคนที่ร่วมสนทนาในครั้งนี้ Lieu Ahn Vu, เกย์หนุ่มชาวเวียดนาม ได้แชร์ประสบการณ์ของเขาเกี่ยวกับการทานยาเพร็พผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเขา (Facebook, Youtube, Instagram, twitter) เพื่อให้รู้เกี่ยวกับข้อมูลและการเข้าถึง ยาเพร็ปยังคงมีข้อจำกัดอยู่มากในภูมิภาคของเรา  Vu จึงเป็นผู้ริเริ่มในการแชร์ประสบการณ์ของเกย์ที่ยังอายุน้อยในเอเชียและตัดสินใจรับยาเพร็พ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น Vu ยังเข้าใจถึงกลุ่มเป้าหมายที่เขาต้องการจะสื่อสารเป็นอย่างดีอีกด้วย เขาได้เล่าเรื่องราวของเราในวีดีโอ โดยเปลือยท่อนบน ซึ่งหน้าอกที่แสนเย้ายวนของเขาทำให้วีดีโอเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ภายในกลุ่มเกย์ ไม่ใช่เพียงแต่เขาเพียงคนเดียวที่ทำแบบนี้ ยังมีเกย์ที่ถอดเสื้อโชว์อีกหลายคนที่เป็นนักโพสต์วีดีโอตัวยงใน Youtube เรียกได้ว่าเป็นดาวเลยก็ว่าได้ เช่น Davey Wavey, Bryan Hawn and Scotty Dynamo ที่มีแฟนเป็นล้านๆ ที่ติดตามพวกเขา ก็ไม่แปลกที่ Vu จะโชว์แผงอกของเขาเพียงต้องการให้ความรู้ส่งถึงเหล่าเกย์ทั้งหลายมากเท่าที่เขาจะทำได้

ประโยชน์ของการถอดเสื้อ เปลือยแผงอกเพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับยาเพร็พและพ่วงความรู้ด้านอื่นๆเกี่ยวกับเอชไอวี เข้าไปด้วยนั้นเป็นเหมือนเทคนิคที่ใช้ในแคมเปญ TestBKK ใช้จุดขายเกี่ยวกับเรื่องเพศซึ่งก็รวมเรื่องของสุขภาพทางเพศอยู่ในนั้นด้วย ก็มีหลายโพสต์ในเพจ TestBKK ที่โพสต์รูปแผ่นอกสวยๆอย่าง โพสต์อาจารย์สอนคณิตศาสตร์แถมพ่วงดีกรีนายแบบหรือจะโพสต์วีดีโอนักกีฬามวยปล้ำน้ำมันจากตุรกี ซึ่งสิ่งที่เราทำนี้เพื่อต้องการรักษากลุ่มแฟนของ TestBKK ไว้ให้เหนียวแน่น(ตอนนี้ก็ 3,000 แล้วและยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ในเพจก็ยังคงมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ HIV อีกด้วย ตอนที่เพจได้โพสต์ภาพประชาสัมพันธ์เกี่ยวยาเพร็พ ทำให้เกิดการพูดถึงอย่างมากมายของแฟนๆที่ตามเพจ TestBKK อยู่ว่า อยากรู้ว่า PrEP คืออะไร สามารถไปรับยาได้ที่ไหน จนไปถึง “จริงหรือเปล่าว่าที่จะรู้สึกมึนหรือเมาเหมือนกับตอนไปเที่ยวเมื่อทานยาเพร็พ

ในช่วงสงกรานต์งานปาร์ตี้ gCircuit งานปาร์ตี้เกย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียที่จัดขึ้นกรุงเทพมหานคร TestBKK ก็ได้จัดเตรียมบูทเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจ HIV และแจกถุงยางรวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับยาเพร็พท่านกลางหมู่เกย์นักปาร์ตี้ทั้งเหล่าหลายที่หลั่งไหลมาจากทั่วเอเชียและอีกนั่นแหละเพื่อต้องการ TestBKK อยู่ติดแน่นหนึบกับกลุ่มเป้าหมายบูทของ TestBKK จะมีนายแบบที่เปรียบเสมือนจุดขายของเรา ผลก็ทำให้มีคนเข้ามาให้ความสนใจบูทราวๆ 800 คน โดยภายในนั้นก็รู้จักยาเพร็พเป็นครั้งแรกก็จากบูท TestBKK เนี่ยแหละ

เริ่มใช้ยาเพร็พตอนนี้เลยดีไหม?

การตัดสินใจว่ายาเพร็พใช่การป้องกันที่ใช่ต่อคุณเองไหมต้องคำนึงถึงการศึกษาข้อมูลให้เพียงพอ ที่ช่วยในการตัดสินใจ เพราะมันเป็นการดูแลสุขภาวะทางเพศที่คุณเลือกเอง น้องชายของเราและการผจญภัยของเราเองดังนั้น

อย่าให้ข้อมูลผิดๆหรือความคิดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องน่าอายมาหยุดความคิดที่จะดูแลตัวคุณเองลง เป็นที่น่ายินดีสำหรับเกย์วัยรุ่นในประเทศไทยที่ผู้ช่วยดีๆอย่าง Adam’s Love Facebook Page ที่มีผู้ให้คำปรึกษาคอยตอบคำถามให้กับน้องๆชาวชายรักชายและสาวประเภทสองที่อาจจะมีอาการเขินอายที่จะพูดคุยกับปรึกษากับคุณหมอโดยตรง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรระแสของการใช้ยาเพร็พจะเป็นที่นิยมแพร่หลายในประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ และคิดว่าทุกอย่างกำลังไปได้ดีทีเดียว ทั้งผมยังทราบถึงความมุ่งมั่นของ APCOM และองค์กรภาคีต่างๆ ที่ต้องการจะผลักดันและทำงานข้ามผ่านอุปสรรคเพื่อที่จะทำให้สุขภาพทางเพศของชายรักชายในภูมิภาคนี้ดียิ่งขึ้น

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า APCOM จะเป็นเจ้าภาพในการสนทนาระดับภูมิภาคในการปรึกษาหารือในกลุ่มสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม ชาวชายรักชาย(รวมถึงเยาวชน) เช่น ผู้จัดการด้านโปรแกรม AIDS National, คนสำคัญจากกระทรวงสาธารณสุข, องค์กรUNAIDS, UNDP, WHO และองค์กรภาคีด้านการพัฒนาต่างๆตลอดการสนทนานี้ APCOM หวังว่าจะกระตุ้นและสร้างคำแนะนำที่จะเป็นการช่วยเหลือเชิงนโยบายระดับชาติ, โปรแกรมการทำงาน, การพัฒนาภาคภาคีและกลุ่มสมาชิกของชุมชน เพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่ายาเพร็พเป็นเครื่องมือป้องกันเชื้อเอชไอวีใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงที่จะสามารถรลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในกลุ่มชายรักชายที่มีความเสี่ยงสูง