ผมผิดอะไร?

ผมชื่อ ซัน อายุ 40 ปี สถานะภาพโสด ปัจจุบันว่างงาน ผลเลือดบวก ระยะเวลาที่รู้ว่าเป็น 14-15 ปี ถ้าพูดถึงเรื่อง GAY OK BANGKOK the series ผมก็คงเป็นผู้ติดเชื้อเหมือน นัท แต่นิสัยคงเวิ่นเว้อไปทางปอม กว่าที่ผมจะก้าวผ่านกับคำว่า ผู้ติดเชื้อ คนมีเลือดบวก มาได้ก็ใช้ระยะเวลาพอสมควรกว่าจะยอมรับมันได้ เพราะตลอดเวลาผมไม่คิดว่าตัวเองจะเป็น เพราะเรียกว่าผมไม่ใช่คนที่ออกแนวแรดๆ หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ซาวน่าไม่เคยไป คบใครก็คบคนเดียว  แต่ผมก็ยังเป็นได้ เอาเป็นว่าผมขอข้ามเรื่องนี้ไป ผมขอเล่าประสบการณ์ที่ผมรู้ว่าผมเป็นได้อย่างไรดีกว่า 

ตอนช่วงอายุ 26 ผมได้สมัครงานที่หนึ่งแล้วเขาให้มีการตรวจสุขภาพเข้าที่ทำงาน และมีตรวจ HIV ซึ่งผมก็เฉยๆ ไม่กลัว ก็ไปตรวจแบบปกติในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง วันฟังผลผมโดนหมอเรียกเข้าไปคุย แล้วหมอก็พูดกับผมว่า ผลตรวจเลือดของคุณเราพบสิ่งผิดปกติซึ่งก็คือ คุณติดเชื้อ HIV ตอนนั้นหมอคงเห็นว่าผมหน้าเสียเหมือนจะเป็นลมล่ะมั้ง พอบอกผมเสร็จหมอบอกผมว่า นั่งพักตั้งสติก่อนนะอย่าเพิ่งออกไปไหน แต่เสียงที่ผมได้ยินหมอพูด มันก้องๆ แบบในละครเลย ผมได้แต่ตอบหมอไปว่า ไม่ ผมต้องรีบไปทำงาน ผมเดินออกไปข้างนอกริมถนน ได้ยินแต่เสียงรถก้องอยู่ในหัว เหมือนมันวิ่งวนรอบหัวผมอยู่อย่างนั้น ทุกอย่างที่ผมมองมันดูหมุนๆ ไปหมด แต่ผมก็ยังเก่งที่ลากสังขารไปทำงานได้ แต่ไปถึงผมก็ไม่มีจิตใจทำไร นั่งเหม่อลอย คิดว่าจะทำอย่างไงดี สรุปผมไม่เอาผลให้ฝ่ายบุคคลที่ทำงานแล้วก็เป็นโชคดีที่เขาไม่ทวงผม ผมทำงานมาได้ปีนึง แล้วก็ทำงานอย่างหนักเพื่อให้เหนื่อยแล้วจะได้นอนหลับ

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องเสียน้ำตาอย่างมากมายก็เกิดขึ้น ที่ทำงานมีตรวจสุขภาพประจำปี และคราวนี้ยกหมอ ยกพยาบาลมาตรวจที่ออฟฟิศ และที่สำคัญมีตรวจ HIV และมีใบให้เซ็นยินยอมที่จะตรวจ ผมลังเล สับสน ในหัวคิดหาทางออก ใจนึงก็คิดว่าถ้าไม่เซ็นยินยอม เราจะกลายเป็นแกะดำแล้วมีคนสงสัยในตัวเราไหม ใจนึงก็คิดว่าตรวจอีกสักรอบเป็นอย่างไงเพื่อความชัวร์ คราวที่แล้วเราตรวจโรงพยาบาลรัฐบาลอาจจะตรวจพลาดก็ได้ ใช่ครับ ผมตัดสินใจตรวจอีกรอบ แล้วโรงพยาบาลที่ตรวจก็เรียกผมไปพบบอกผลเลือดมีปัญหาอยากให้เข้ามาคุย ซึ่งผมก็รู้อยู่แล้วแหละว่าหมายถึงอะไร ผมอ้อนวอนหมอว่า ช่วยเขียนได้ไหมว่าผมปกติ หมอบอกว่าผมไม่สามารถทำได้ หมอช่วยได้อย่างเดียวคือ หมอจะไม่ส่งผลไป หมอบอกว่าบริษัทของคุณพนักงานเยอะแยะ ถ้าคุณโชคดีผลหายไปสักคนสองคน เขาคงไม่รู้ แต่เปล่าเลยครับ ที่ทำงานผมบอกว่า ผลตรวจผมหายไปอยากให้ไปตรวจใหม่ ผมจนปัญญาไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยบอกหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปว่า ไม่ต้องไปตรวจหรอกครับ ผมตรวจสุขภาพไม่ผ่าน ผมเป็น HIV เขาเงียบไปพักนึง แล้วสิ่งที่บอกกับผมคือ เขาให้ผมออกจากงาน พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานแล้ว ผมอ้อนวอนเขา ขอทำต่ออีกสักเดือน สองเดือนเพราะผมหางานใหม่ไม่ทัน เขาบอกว่าไม่ได้เดี๋ยวเขาจะจ่ายค่าชดเชยให้ แต่ผมต้องเซ็นเอกสารว่าผมจะไม่ฟ้องร้องบริษัท  นี่เป็นเรื่องที่ผมเสียใจมาก ที่ผมไม่ได้รับโอกาส ทั้งๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมทุ่มเทกับงานมากแต่ผลที่ได้รับกับเป็นแบบนี้ 

แต่เรื่องที่ผมติดเชื้อก็ทำให้ผมได้รู้ว่า ใครที่แม่งโครตรักผมจริงๆ ผมอาจจะโชคดีกว่าคนอื่น ที่คนรอบตัวผมพอรู้ว่าผมเป็นผู้ติดเชื้อ ไม่เคยมีใครรังเกียจผมเลย แถมผมยังรู้สึกว่าผมได้รับความรัก ความห่วงใยมากขึ้น   ย้อนกลับไปวันที่รู้ผลครั้งแรก เพื่อนสนิทผมที่พักอยู่ด้วยเห็นผมสูบบุหรี่และมีท่าทางเครียดมันก็แซวๆ ว่าแหมเครียดถึงขนาดสูบบุหรี่นี่เป็นเอดส์ใช่ไหมวะ ผมได้แต่ตอบไปเบาๆ ว่าใช่ มันยังคิดว่าผมล้อเล่น ผมบอกว่าเปล่า มันบอกว่ามึงเป็นได้ไงวะ มึงก็ไม่ได้แรด ไม่ได้มั่ว ผมก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้ เพื่อนเข้ามาปลอบว่าไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวมันจะดูแลเองถ้าวันนึงไม่มีใครดูแลผม แล้วผมก็มารู้ทีหลังว่าหลังจากที่มันมาคุยกับผมแล้วมันแอบไปนอนร้องไห้ 

ย้อนกลับไปที่ผมโดนออกจากงาน เรื่องนี้ทำให้ผมร้องไห้หนักมาก เพราะหัวหน้าที่สาขาเรียกผมเข้าไปคุย ว่าทำไมถึงออกปุบปับมีอะไรรึเปล่า ทำงานกะเขาไม่โอเคเหรอ มีไรคุยกันได้นะอย่าออกเลย เขาพูดๆๆ จนผมพูดออกไปว่า เขาไม่ให้ผมทำแล้วพี่ เขาให้ผมออก ผมตรวจสุขภาพไม่ผ่าน ผมพูดไปร้องไห้ไป หลายสิ่งพลั่งพรูออกมา เหมือนผมเก็บทุกอย่างไว้ในใจมาตลอดหนึ่งปีที่เป็น หัวหน้าผมร้องไห้ไปกับผม เข้ามากอดผมบอกว่าไม่เป็นไรนะๆ แล้วก็ด่าว่าฝ่ายบุคคลไม่มีน้ำใจเลย ผมก็ขยันทำงานผลงานก็ดี ทำไมไม่ดูที่ผลงาน กลายเป็นว่าวันนั้น มีพี่ที่ทำงานรู้สองคน แล้วเขาก็ปฏิบัติกับผมเหมือนเดิม คอยเป็นห่วงเป็นใย แม้ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้วก็ยังถามเรื่องสุขภาพ 

หลังจากผมตกงาน ผมก็ยังหางานใหม่ไม่ได้ กลายเป็นวัวสันหลังหวะ ไปสมัครงานที่ไหนก็กลัวจะมีตรวจ HIV ผมตกงานได้หลายเดือนจนเงินที่มีเก็บหมดลง ผมต้องพึ่งพี่สาวซึ่งผมนัดเขากินข้าว แล้ววันนั้นเขาก็รู้ความลับของผมอีกเช่นกัน  แต่เขาก็ให้กำลังใจ และดูแลผมอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้ รวมถึงแม่ แล้วก็ น้าๆ ของผมอีก 3-4 คน ทุกคนยังเหมือนเดิมกับผม

จนตอนนี้ผมมีเชื้ออยู่ในตัว 14-15 ปีแล้ว แรกผมยอมรับว่าผมรังเกียจตัวเองที่เป็นแบบนี้ นึกถึงทีไรก็จะขยะแขยงตัวเอง เกลียดตัวเองที่มีเลือดสกปรกอยู่ กว่าผมจะยอมรับมันได้ก็ใช้เวลามาพอสมควร  ทุกวันนี้ผมยังไปหาหมอ และกินยาต้านเป็นประจำ ผลไวรัสโหลดผมต่ำกว่า 40 ทุกครั้งที่ตรวจ ตอนนี้ผมมีความสุขดี และผมก็เข้มแข็งมากขึ้น


บทความนี้มาจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับ HIV กับ TestBKK ปี 2017 

หากคุณถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมเหมือนคุณซัน คุณฟ้องศาลแรงงานได้ หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่านายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุติดเชื้อเอชไอวี นับว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม อาจต้องรับกลับเข้าทำงาน หรือหากคุณไม่ประสงค์จะกลับไปทำงานอีก นายจ้างก็จะต้องจ่ายเงินค่าชดเชยต่าง ๆ หรืออ่าน "ทําอย่างไรเมื่อถูกนายจ้างบอกเลิกจ้างเนื่องจากติดเชื้อเอชไอวี" 

หากคุณมีผลเลือดบวก คุณสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจการรักษาและบริการสนับสนุนอื่นๆที่จำเป็นในการดูแลสุขภาพได้ ที่นี่

และถ้าคุณยังไม่ทราบสถานะเลือดตัวเอง สามารถจองคิวตรวจเลือดฟรีกับคลินิกที่ร่วมกับ TestBKK ได้ ที่นี่