เริม

เริมที่อวัยวะเพศ เกิดได้จากเชื้อไวรัส Herpes simplex
• คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อจะไม่มีแสดงอาการ
• อาการที่พบเหมือนกันคือ มีตุ่มใส ที่จะกลายเป็นตุ่มสีแดงที่มีอาการปวด
• เริมที่อวัยวะเพศสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสระหว่างผิวหนังระหว่างมีเพศสัมพันธุ์
• การจูบ เล้าโลม และการไม่สอดใส่ก็มีความเสี่ยงที่จะติดโรคเริมได้
• การวินิจฉัยโรคเริมทำได้ด้วยการเก็บเซลล์จากแผล
• เมื่อติดเชื้อเริมจะเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV มากขึ้นถึงสามเท่า
• การมีเพศสัมพันธุ์โดยป้องกันสามารถป้องกันโรคเริมได้

โรคเริมที่อวัยวะเพศเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ ที่เกิดจากเชื้อไวรัส Herpes Simplex ที่เป็นชนิดเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเริมบนที่อื่นๆ

คนส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเมื่อติดเชื้อเริม แต่บางคนอาจจะมีอาการดังนี้
• อาการปวดบริเวณอวัยวะเพศ
• ตุ่มเล็กๆบนอวัยวะเพศที่กลายเป็นตุ่มแดงที่ก่อให้เกิดอาการแสบ
• รอยแผลที่เหมือนผื่น รอยแตกของผิวหนัง บนอวัยวะเพศ
• มีอาการฉี่ลำบาก
เมื่อผิวหนังที่ติดโรคสัมผัสกับผู้อื่นจะทำให้เกิดรอยแผลได้ เช่นผิวหนังที่อวัยวะเพศชาย หรือผิวในช่องคลอด และอาจจะเกิดแผลในทวารหนัก และต้นขาด้านในได้อีกด้วย

โรคเริมที่อวัยวะเพศ ติดต่อจากการสัมผัสผิวหนังของผู้ติดเชื้อไวรัสเริม ไม่ว่าจะเป็นที่อวัยวะเพศ ปาก และสามารถติดได้จากการจูบกันอีกด้วย
เชื้อเริมมีสองประเภท โดยทั้งสองประเภทจะติดบนปาก ริมฝีปาก อวัยวะเพศ และทวารหนัก
• เชื่อเริมชนิดที่ 1 : ทำให้เกิดเริมบนริมฝีปาก ใบหน้า
• เชื้อเริมชนิดที่ 2 : ทำให้เกิดเริมบนอวัยวะเพศ
เชื่อไวรัสเริมสามารถแพร่ได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแผล และแพร่เชื้อได้แม้อีกคนจะไม่มีแผลของเริมให้เห็นก็ตาม

แพทย์จะเก็บตัวอย่างจากแผลไปเพื่อยืนยันผล และจะเห็นผลการวินิจฉัยได้ง่ายที่สุดถ้าแผลนั้นเพิ่งเกิดมาน้อยกว่า 4 วัน

การมีเพศสัมพันธุ์แบบป้องกันคือวิธีที่ป้องกันโรคเริมที่อวัยวะเพศที่ดีที่สุด
• ใช้ถุงอนามัย และแผ่นอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธุ์
• หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธุ์เมื่อมีผื่น หรือบาดแผล
• หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธุ์กับคนที่มีผื่นหรือบาดแผล และอาการของโรคเริมที่อวัยวะเพศ

โรคเริมที่อวัยวะเพศ และโรค HIV มีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การติดโรคเริมที่อวัยวะเพศเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV มากขึ้นเป็นสามเท่า นอกจากนี้บุคคลที่ติดโรคเริมที่อวัยวะเพศมีโอกาสจะแพร่โรค HIV ให้แก่ผู้อื่น และโรคเริมที่อวัยวะเพศพบได้ในผู้ติดเชื้อHIV มากถึง 60-90%

ถ้าคุณติดโรคเริมที่อวัยวะเพศ คุณจำเป็นที่จะต้องใช้ถุงยางอนามัย และแผ่นอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธุ์ แม้คุณจะไม่มีอาการอะไรเลยก็ตาม

testBKK-คลินิกที่มีข้อมูลที่จำเป็นและสามารถเข้ารับปรึกษาเพื่อเข้ารับการตรวจได้ที่นี่

สถาบันบำราศนราดูร-โรงพยาบาลในการดูแลของกรมควบคุมโรคที่เชี่ยวชาญโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
https://ddc.moph.go.th/bidi/

ข้อมูลในเว็บไซต์ TestBKK เป็นเพียงข้อมูลแนะนำทั่วไปเท่านั้น  ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้าต้องการคำแนะนำเรื่องยาอี คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แหล่งอ้างอิง : 

Herpes: Hsv-1 and hsv-2. Johns Hopkins Medicine. (n.d.). https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/herpes-hsv1-and-hsv2.
เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561

World Health Organization. (n.d.). Herpes simplex virus. World Health Organization. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/herpes-simplex-virus.
เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561