เรื่องฮอต! อะไรคือ พรบ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ!

เรื่องฮอต! อะไรคือ พรบ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ!

เฮลโหล้ววววทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องเด็ดๆ มาฝากกัน เรื่องนี้แบบว่าฮอตเวอร์ เพราะเกี่ยวกับการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศตามกฎหมายของไทยเรานี่เองจ้าาาา ถึงแม้ว่าจะเพิ่งผ่านงานไพร์ด พาเหรดที่เดินกันฉ่ามม ทุกสารทิศ แต่ก็ยังไม่วายมีคนตั้งคำถามว่า เอ้า! ทำไมต้องมีการเปลี่ยนคำนำหน้านาม เปลี่ยนทำไม? อ่ะ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง ตั้งใจสรุปมาให้เข้าใจง่ายมากๆ

เจาะลึก “GEN-ACT” ให้เคลียร์!

ก่อนอื่นเลยนะ เธอรู้ป่ะว่าตอนนี้บ้านเรามีร่างพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ, การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ หรือเรียกง่ายๆ ว่า “GEN-ACT” ซึ่งร่างนี้จะทำให้ทุกคนสามารถระบุเพศของตัวเองได้ตามใจตัวเองโดยไม่ต้องใช้การแพทย์พิสูจน์ นี่มันสุดยอดไปเลยแกร!

ไฮไลต์เด็ดของ GEN-ACT

  1. ยื่นคำขอรับรองอัตลักษณ์ทางเพศได้ ไม่ว่าเธอจะเป็นชาย หญิง หรือเพศอื่นๆ ก็สามารถยื่นคำขอได้เลย ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป!
  2. ใช้ชื่อที่ต้องการได้ สามารถระบุชื่อตัวตามความต้องการ โดยไม่ขัดกับกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล แบบนี้จะแปลงชื่อแปลงโฉมตัวเองใหม่ก็ได้เลย
  3. ระบุเพศที่ตรงกับใจ: เพศชาย เพศหญิง หรือเพศกรณีอื่น (Other/X) สำหรับผู้ที่มีลักษณะเพศทางชีววิทยาที่หลากหลายหรือไม่ตรงกับระบบสองเพศ

สำหรับเด็ก Intersex และ Non-binary

สำหรับน้องๆ ที่เกิดมาเป็น Intersex หรือ Non-binary ก็ไม่ต้องห่วงนะ เพราะร่างนี้กำหนดให้ระบุเพศในสูติบัตรว่าเป็นเพศกรณีอื่น (Other/X) ได้ และเมื่ออายุ 15 ปีแล้วก็สามารถยื่นคำขอเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้เลย

ไม่มีการผ่าตัดหรือใช้ฮอร์โมนบังคับ

เรื่องนี้ดีงามมากๆ คือไม่ต้องมีการผ่าตัดหรือใช้ฮอร์โมนเพื่อรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ ให้มันตรงกับเพศที่ไม่ได้อยากเป็นและอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคต แต่เธอสามารถเลือกมันได้ตามเจตจำนงของเธอเองเลย นี่มันชิลสุดๆ ไปเลยจ้า!

จะว่าไปด้วยข้อนี้ก้มีเรื่องเล่า จากพี่ทรานส์แมนคนหนึ่ง (แปลงจากเพศหญิงเป็นเพศชาย) ว่ามีน้อง Intersex ที่เกิดมามี 2 เพศ ตั้งแต่เกิด แต่พ่อแม่เลือกให้เป็นเพศชาย แล้วพวกเธอรู้ไหมเกิดอะไรขึ้น? ใช่แล้ว น้องก็ถูกผ่าตัดให้เป็นผู้ชาย โดยการเชื่อมท่อปัสสาวะ เข้ากับอวัยวะขับถ่าย แล้วไม่ได้ผ่ารอบเดียวด้วย หลายรอบ!! เพราะ น้องเกิดมาด้วยท่อปัสสาวะที่สั้น…ซึ่งเมื่อเติบโต แล้วหากเลือกถูกเลือกมาแบบนี้ หมายความว่าน้องอาจจะต้องทนทุกข์ต่อไปตลอดชีวิต เพราะถูกจำกัดว่าเป็น นาย เป็นเพศ ชาย ทั้ง ๆ ที่หาก น้องตัดสินใจเองได้ว่าเป็นผู้หญิง อาจจะทำให้ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ก็ได้

คำนำหน้านามตามเพศสภาพ

หลังจากที่ได้รับการรับรองเพศแล้ว เธอก็สามารถใช้คำนำหน้านามที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองได้ เช่น นาย นางสาว หรือนาม ตามที่ต้องการ

ห้ามเปิดเผยข้อมูลเดิม

เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ข้อมูลเกี่ยวกับเพศและชื่อในสูติบัตรเดิมจะถูกเก็บเป็นความลับ ห้ามไม่ให้ผู้ควบคุมข้อมูลเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

คำถามและคำตอบ

บางคนอาจมีข้อกังวลเกี่ยวกับการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศนี้ เรามาดูข้อกังวลและคำตอบกันเลย

คำถาม: “การให้ทุกคนระบุเพศตามใจตัวเองจะทำให้เกิดความสับสนในระบบราชการและสังคมหรือเปล่า?” 

คำตอบ: ไม่ต้องห่วงจ้า! ระบบราชการจะต้องมีการปรับตัวให้ทันสมัยและรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่แล้ว การระบุเพศตามใจตัวเองจะช่วยให้คนมีความสุขและเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น ทำให้สังคมเราเป็นมิตรและมีความเข้าใจต่อความหลากหลายทางเพศมากขึ้น

คำถาม: “ถ้าเด็กๆ ต้องการเปลี่ยนเพศตามใจตัวเอง พ่อแม่ไม่เห็นด้วยจะทำยังไง?” 

คำตอบ: ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีและต้องการเปลี่ยนเพศ แต่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย เด็กสามารถร้องขอต่ออัยการให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลได้ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามอัตลักษณ์ทางเพศของเด็ก

คำถาม: “การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศนี้จะทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติในที่ทำงานหรือโรงเรียนหรือเปล่า?” 

คำตอบ: การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศจะช่วยลดการเลือกปฏิบัติและเพิ่มการยอมรับในสังคม ในที่ทำงานและโรงเรียนก็จะต้องปรับตัวเพื่อรองรับความหลากหลายทางเพศ และมีการคุ้มครองสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียม

สรุป

การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศตามร่าง GEN-ACT นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อใจของพวกเราอย่างมาก ทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตตามอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติหรือการดูถูกอีกต่อไป

สุดท้ายนี้ อย่าลืมไปลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพกันเยอะๆ นะที่ testBKK.org/genactsign เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีงามเกิดขึ้นในสังคมของเรา สู้ๆ นะทุกคน!

ติดตามเรื่องราวและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ testBKK.org อย่าลืมดูแลสุขภาพและสนุกไปกับชีวิตที่เป็นตัวเองอย่างเต็มที่นะคะ จุ๊บๆ 💋
จองคลินิกทั่วไทยกว่า 35 คลินิกได้ที่ testBKK.org/q224org
อ้างอิงและแหล่งที่มา

1. iLaw. (2023). การแพทย์พิสูจน์, ร่างพ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ. Retrieved from https://www.ilaw.or.th/articles/6227#:~:text=การแพทย์พิสูจน์-,ร่างพ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ,ตนในเอกสารแสดงตน

2. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2023). ความรู้ทางกฎหมายหลากหลายและเข้าใจง่าย ชุดที่ 48 : “ร่าง พรบ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ”. Retrieved from https://www.law.tu.ac.th/tulawinfographic48/

MENU

SOCIAL MEDIA