PrEP ยาเพร็พ

กดรับยาเพร็พ PrEP ทันทีได้ที่นี่

ยาเพร็พ (PrEP) หรือยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ (Pre-Exposure Prophylaxis) เป็นรูปแบบใหม่ของการป้องกันการรับเชื้อเอชไอวีโดยการให้ยาต้านแก่ผู้ที่ไม่มีเชื้อเอชไอวีเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อในกรณีที่มีการสัมผัสเชื้อ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการป้องกันเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ ยาเพร็พมีวิธีการกิน 2 แบบ คือ Daily PrEP (เพร็พกินแบบรายวัน) และ On Demand PrEP (เพร็พกินแบบเมื่อต้องการ) Daily PrEP (เพร็พกินแบบรายวัน) กินทุกวัน วันละเม็ด เวลาเดิม(เวลากำหนดเองได้) แล้วทานต่อเนื่องวันละ 1 เม็ด แต่ต้องกินยาอย่างน้อย 7 วันถึงจะสามารถป้องกันเอชไอวีได้อย่างเต็มที่ On Demand PrEP (เพร็พกินแบบเมื่อต้องการ) สำหรับผู้ที่วางแผนการมีเซ็กส์ได้ หรือว่ามีเซ็กส์ไม่บ่อย มีเป็นช่วงๆ กินเฉพาะช่วงที่จะมีเซ็กส์ โดยกิน 2 เม็ด 2-24 ชั่วโมงก่อนมีเซ็กส์ แล้วกินวันละ 1 เม็ดจนถึงวันที่จะมีเซ็กส์ครั้งสุดท้ายในช่วงนั้น เสร็จแล้วปิดท้ายด้วยการกินวันละ 1 เม็ด อีก 2 วันหลังเซ็กส์ครั้งสุดท้าย

 

ยาเพร็พเป็นตัวเลือกในการป้องกันที่อาจไม่ได้เหมาะสำหรับทกคน ส่วนใหญ่ใช้ในกลุ่มผู้ชาย ผู้หญิง และผู้หญิงข้ามเพศที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและสามารถกินยาทุกวันอย่างเคร่งครัด

คำถามต่อไปนี้ช่วยประเมิณว่าคุณเหมาะที่จะใช้ยาเพร็พหรือไม่

  • คุณใช้ถุงยางเป็นบางครั้งหรือไม่ใช้เลยเวลามีเพศสัมพันธ์หรือไม่?
  • คุณติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งใช่ไหม?
  • คุณกินยาเป๊ป (ยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ) มากกว่า 1 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมาหรือไม่?
  • คุณไม่มีเอชไอวี และมีแฟนหรือคู่รักที่มีเอชไอวีใช่หรือไม่?
  • คุณตกลงกับแฟน/คนรักว่าจะมีความสัมพันธ์แบบเปิด หรือคุณเปลี่ยนคู่นอนบ่อยใช่หรือไม่?
  • คุณไม่รู้สถานะเอชไอวีของคนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยใช่หรือไม่?
  • คุณมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มาจากเมืองหรือพื้นที่ที่มีผู้มีเชื้อเอชไอวีจำนวนมากใช่หรือไม่?

เราไม่ได้จ้องจับผิดว่าใครใช้หรือไม่ใช้ถุงยาง การตัดสินใจใช้หรือไม่ใช้ถุงยางเมื่อกินยาเพร็พแล้วขึ้นอยู่กับคุณและคู่ของคุณที่ควรร่วมกันตัดสินใจว่า “ต้อง” ใช้ถุงยางอยู่หรือไม่ ถุงยางอนามัยเป็นเครื่องมือป้องกันเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ แต่ในทางปฏิบัติ การใช้ถุงยางทุกครั้งกับทุกคนอาจทำได้ยาก ยาเพร็พจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกใหม่ที่ในการป้องกันเอชไอวี

แม้ว่ายาเพร็พจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้แต่ก็ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส ถุงยางอนามัยยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ไม่จำเป็น หลายคนมีวิถีชีวิตทางเพศที่ทำให้เสี่ยงต่อเอชไอวีมากหรือน้อยไม่เท่ากัน การเลือกกินยาเพร็พในช่วง “ขาขึ้น” เช่น เทศกาลสงกรานต์ สามารถทำได้ ส่วนในช่วงอื่นๆที่ความเสี่ยงน้อยลงอาจเลือกใช้การป้องกันด้วยวิธีอื่น เป็นต้น เช่น หากคุณเริ่มกินยาเพร็พเพราะคุณเปลี่ยนคู่นอนบ่อยโดยที่ไม่รู้สถานะเอชไอวีของคู่นอน ต่อมาคุณเจอคนที่ใช่และตัดสินใจเริ่มความสัมพันธ์กับแฟนที่มีผลเลือดเป็นลบเช่นเดียวกับคุณ เมื่อความเสี่ยงลดลง ก็สามารถหยุดยาเพร็พได้

เมื่อเรากินยาเพร็พเข้าไป ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการออกฤทธิ์ป้องกันในร่างกาย ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าระยะเวลาตั้งแต่เริ่มกินยาเพร็พจนกระทั่งออกฤทธิ์ป้องกันควรเป็นเท่าใด ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา โดยทั่วไปในกลุ่มเกย์/ชายรักชาย ยาเพร็พจะออกฤทธิ์ป้องกันบริเวณเนื้อเยื่อในช่องทวารหนักหลังจากที่กินยาครบและต่อเนื่องประมาณ 7 วัน

“การท้าทายของกินยาเพร็พคือต้องกินให้ครบและกินทุกวัน แต่เมื่อเรากินเป็นประจำไปสักช่วงหนึ่ง การกินยาเพร็พจะกลายเป็นเรื่องง่าย หากลืมกินยา 1 เม็ดในช่วงเวลาที่กำหนด ให้กินยาเม็ดนั้นทันทีที่นึกได้และกินในวันเดีวกัน หากคุณเลือกกินยาเพร็พตอนกลางคืนแล้วลืม สามารถนำยามากินพร้อมมื้อเช้าได้ อย่างไรก็ตาม ยาเพร็พต้องกินให้ครบและกินตรงเวลาทุกวัน ไม่ควรลืมกินยา/กินยาเกินเวลาที่กำหนด

การตั้งเวลากินยาเพร็พมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่กิน เช่น หากเลือกกินยาตอนเช้าหรือตอนเย็น อาจวางยาเพร็พไว้ใกล้ๆกับแปรงสีฟันที่เราต้องใช้เป็นประจำทุกวันเช้า-เย็น การตั้งเตือนเวลากินยาในโทรศัพท์มือถือก็เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

ระลึกไว้เสมอว่าหากกินยาไม่ตรงเวลา ยาก็ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ช่วงเริ่มกินยาอาจต้องใช้หลายวิถีช่วยเตือนให้กินยาตรงเวลาและเมื่อกินประจำจนเป็นกิจวัตร การกินยาให้ตรงเวลาจะเป็นเรื่องง่ายขึ้น หากคุณมีปัญหาในการกินยาให้ตรงเวลา ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือคนที่เคยกินยาเพร็พเพื่อขอคำแนะนำ”

หากต้องการเริ่มกินยาเพร็พ คุณต้องเข้ารับการตรวจเอชไอวีและมีผลเลือดเป็นลบเท่านั้น หากคุณเริ่มกินยาเพร็พเมื่อมีเชื้อเอชไอวีในร่างกายแล้วจะทำให้ไวรัสดื้อยาและอาจส่งผลให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสยุ่งยากขึ้น

ในช่วงที่กินยาเพร็พอยู่ คุณควรตรวจเอชไอวีทุกๆ 3 เดือน เพื่อดูว่ายาเพร็พเป็นวิธีการป้องกันเอชไอวีที่เหมาะกับคุณหรือไม่

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะ 2-3 สัปดาห์หลังจากเริ่มกินยาเพร็พ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อยล้า เวียนหัว ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่พบได้ทั่วไปในผู้ที่เริ่มกินยาเพร็พ (start-up syndrome) และจะค่อยๆหายไปเอง

มีรายงานว่าอาสาสมัครหลายคนที่ร่วมการทดลองกินยาเพร็พมีความดันเลือดสูงขึ้นและอาจส่งผลต่อการทำงานของไต ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ผู้ที่กินยาเพร็พต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ พบว่าอาสาสมัครหลายคนในโครงการวิจัยยาเพร็พมีความหนาแน่นมวลกระดูกลดลงภายในเวลา 1 เดือนหลังจากเริ่มกินยาเพร็พ อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของความหนาแน่นมวลกระดูกเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่ลุกลามในระยะยาวและไม่เพิ่มความเสี่ยงจากกระดูกร้าว

ไม่พบความแตกต่างของประสิทธิภาพของยาเพร็พในคนกินยาเพร็พที่ใช้สารเสพติดเป็นบางโอกาสกับคนที่ไม่ใช้สารเสพติดเลย อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยประวัติการใช้สารเสพติดแก่แพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาเพร็พ และเมื่อรับยาเพร็พต่อเนื่องก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งที่คุณควรตระหนักอยู่เสมอคือ ยาเพร็พจะมีประสิทธิภาพน้อยลงหรือไม่มีประสิทธิภาพเลยหากคุณไม่รับประทานยาติดต่อกันทุกวัน ในกลุ่มคนที่ใช้สารเสพติดหรือเข้าร่วมไฮ-ฟันเป็นเวลานาน มักพบว่าไม่สามารถกินยาทุกวันอย่างเคร่งครัดได้

คนไทยและชาวต่างชาติสามารถรับยาเพร็พได้ที่คลินิกสุขภาพเกย์/ชายรักชายทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยผู้รับบริการเสียค่าใช้จ่ายด้วยตนเองในราคาไม่แพงและบ้างคลินิกสำหรับคนไทยไม่ต้องเสียค่าตรวจเลือดหรือรับเพร็พฟรีในบางคลินิกได้ ที่นี่ หรือหากอยากตรวจสอบสถานที่คลินิก คลิ๊กที่นี่ เพื่อค้นหาคลินิกยาเพร็พใกล้บ้านคุณ

คลินิกที่ร่วมกับ testBKK ทุกแห่งให้บริการยาเพร็พในหลายทางเลือก คุณสามารถรับยาเพร็พฟรีได้เพียงเข้าร่วมโครงการกับทางคลินิกต่างๆ ที่นี่ หรือซื้อยาเพร็พในราคาเริ่มต้น 360 – 900 บาทต่อเดือน ค่าใช่จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเริ่มกินยาเพร็พ ได้แก่ ค่าบริการตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และค่าบริการตรวจการทำงานของไต

หาข้อมูลเรื่องการเข้าถึงยาเพร็พในประเทศที่คุณอยู่หรือทางออนไลน์ได้ที่ PrEP MAP ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิ APCOM