PEP ยาเป็ป

หากคุณเพิ่งมีความเสี่ยงมาและคิดว่าอาจได้รับเชื้อเอชไอวี รีบกินยาเป๊ปเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ- เสี่ยงปุ๊บ กินยาเป๊ป!

ยาเป๊บ (PEP) หรือยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ (Post Exposure Prophylaxis) เป็นยาต้านไวรัสที่ช่วยลดโอกาสในการสร้างไวรัสเอชไอวีในร่างกายหลังจากสัมผัสเชื้อ

ผู้ที่เพิ่งมีความเสี่ยงหรือคิดว่าอาจได้รับเชื้อเอชไอวีจะต้องเริ่มรับประทานยาเป๊บให้เร็วที่สุด ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสเชื้อ ยิ่งเริ่มใช้ยาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการป้องกันการติดเชื้อก็มีมากขึ้นเท่านั้น และจะต้องกินวันละครั้งติดต่อกัน 4 สัปดาห์ หากกินยาถูกวิธี ยาจะมีประสิทธิภาพมาก แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะป้องกันการติดเชื้อได้ 100%

ยาเพร็พและยาเป๊บเป็นยาคนละชนิดกัน ยาเป๊บคือยาป้องกันการติดเชื้อที่ต้องกินภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อเอชไอวี และจะต้องกินติดต่อกันนาน 28 วัน

ส่วนยาเพร็พเป็นยาป้องกันสำหรับผู้มีผลเลือดลบที่ต้องกินวันละเม็ดทุกวันก่อนสัมผัสเชื้อเอชไอวีเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และยาจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันเชื้อเอชไอวีเมื่อกินอย่างน้อย 7 วัน

ถ้าคุณไม่ใช่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือไม่รู้สถานะเลือดของตัวเอง และภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมงที่ผ่านมาคุณ:

  1. คิดว่าตัวเองอาจได้สัมผัสเชื้อเอชไอวีขณะมีเซ็กส์ (เช่น มีเซ็กส์แบบไม่ป้องกันกับคนที่มีผลเลือดบวก หรือไม่รู้สถานะเลือดของคู่นอน ถุงยางหลุด ถุงยางแตก เป็นต้น) หรือ
  2. ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น หรือ
  3. ถูกกระทำชำเราทางเพศ

คุณควรรีบติดต่อคลินิกที่ร่วมกับtestBKK หรือห้องฉุกเฉินในสถานพยาบาลเพื่อขอรับยาเป๊บทันที

ยาเป๊บใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้นและต้องเริ่มกินภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีความเสี่ยงหรือคิดว่าได้รับเชื้อเอชไอวี

ยาเป๊บไม่สามารถใช้แทนการป้องกันเชื้อเอชไอวีรูปแบบอื่น ๆ เช่น

ยาเป๊บเป็นยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ดังนั้นคุณจึงยังต้องใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่กินยาเป๊บด้วย เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อเอชไอวี รวมทั้งลดโอกาสแพร่เชื้อเอชไอวีให้คนอื่นหากคุณติดเชื้อระหว่างกินยาเป๊บ

ยาเป๊บต้องเริ่มรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ ยิ่งได้ผลเท่านั้น

การเริ่มกินยาให้เร็วที่สุดหลังมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อเอชไอวีเป็นเรื่องสำคัญ ผลการวิจัยระบุว่า ยาเป๊บจะมีประสิทธิภาพน้อย หรือไม่ได้ผลเลยในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหากกินช้ากว่า 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสเชื้อ

ในการกินยาเป๊บ จะต้องกินวันละเม็ดทุกวันติดต่อกัน 4 สัปดาห์

กินยาช้าก็ดีกว่าไม่กินเลย แต่ถ้าคุณลืมกินยาเป๊บหรือกินยาไม่ครบโดส ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาครั้งต่อไปด้วยตัวเอง

ยาเป๊บเป็นยาที่ปลอดภัยแต่มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก บางรายอาจมีอาการท้องเสีย ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน และอิดโรย อาการเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายและสามารถรักษาได้

ไม่พบความแตกต่างของประสิทธิภาพของยาเป็บในคนกินยาเป็บที่ใช้สารเสพติดเป็นบางโอกาสกับคนที่ไม่ใช้สารเสพติดเลย อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยประวัติการใช้สารเสพติดแก่แพทย์ก่อนรับยาเป็บ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งที่คุณควรตระหนักอยู่เสมอคือ ยาเป็บจะมีประสิทธิภาพน้อยลงหรือไม่มีประสิทธิภาพเลยหากคุณไม่รับประทานยาติดต่อกันทุกวัน ในกลุ่มคนที่ใช้สารเสพติดหรือเข้าร่วมไฮ-ฟันเป็นเวลานาน มักพบว่าไม่สามารถกินยาทุกวันอย่างเคร่งครัดได้

ควรใช้ยาเป๊บแค่ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

ยาเป๊บไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อเอชไอวีเป็นประจำ เช่น ไม่ได้กินยาเพร็พและมักมีเซ็กส์แบบไม่ใส่ถุงยางกับคู่นอนที่มีผลเลือดบวก หรือกับคนที่คุณไม่รู้สถานะเลือด

ถ้าคุณมีพฤติกรรมดังกล่าว ควรพิจารณาการใช้ถุงยางอนามัยเสมอ และ/หรือกินยาเพร็พ (ยาต้านไวรัสก่อนสัมผัสเชื้อ) จะดีกว่า

ยาเพร็พ เป็นยาต้านเชื้อเอชไอวีที่ต้องกินเป็นประจำทุกวันเพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ ศึกษาข้อมูลและสถานที่ที่ขอรับยาเพร็พได้ 

คุณสามารถติดต่อขอรับยาเป๊ปจาก คลินิคที่ร่วมกับ testBKK หรือแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลต่าง ๆ คุณควรติดต่อไปทันทีหากคิดว่าตัวเองเพิ่งสัมผัสเชื้อเอชไอวี แพทย์จะประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มการรักษา ดังนั้น คุณต้องตอบคำถามและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จะไม่มีใครตัดสินคุณ แต่แพทย์จะช่วยและทำให้คุณสบายใจที่สุด

ราคาของยาเป๊บสำหรับรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 28 วันอยู่ที่ประมาณ 300 – 1,500 บาทต่อคอร์ส ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลที่ซื้อและยี่ห้อของยา หลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่ครอบคลุมยาเป๊บ แต่บางที่สามารถรับฟรีได้แล้ว

คลิกจองฟรี