ถุงยางอนามัย

ไม่ว่าคุณจะเป็นรุก รับ หรือโบท ต้องใช้ถุงยางอย่างถูกวิธีร่วมกับเจลหล่อลื่นชนิดน้ำเพื่อป้องกันตัวคุณจากเอชไอวี ถุงยางอนามัยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เชื้อเอชไอวีที่อยู่ในสารคัดหลั่งของคนที่มีเชื้อ (น้ำอสุจิ หรือเมือกในทวารหนัก) เข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุในทวารหนัก หนังหุ้มปลาย ท่อปัสสาวะ และบริเวณหัวอวัยวะเพศ

ขั้นที่ 1: ใส่ถุงยางตอนจู๋แข็งเต็มที่ ใช้มือค่อยๆฉีกถุงยางออกจากซอง ห้ามใช้ฟันฉีกเพราะอาจพลาดทำให้ถุงยางรั่วหรือฉีกขาดได้ ใช้นิ้วบีบปลายถุงยางเพื่อไล่อากาศแล้วสวมลงตรงหัว การรูดถุงยางจนสุดแล้วใส่เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเพราะอาจทำให้ถุงยางฉีกขาด

ขั้นที่ 2: ค่อยๆรูดถุงยางลงจนถึงโคน การรูดให้ชิดโคนให้มากที่สุดช่วยให้ถุงยางไม่หลุดขณะมีเพศสัมพันธ์ จากนั้นทาเจลหล่อลื่นชนิดน้ำให้ทั่วถุงยาง และอย่าลืมลงเจลที่ตูดฝ่ายรับให้ชุ่มด้วย

ขั้นที่ 3: เช็คความเรียบร้อยถุงยางเป็นระยะระหว่างมีเซ็กส์ ดูให้แน่ใจว่าไม่หลุด ไม่รั่ว ไม่ขาด ถ้าเอานานควรเพิ่มเจลบ่อยๆ เวลาเอาจู๋ออกให้กำรอบโคนเพื่อให้ถุงยางออกมาพร้อมกัน และต้องเอาออกตอนจู๋ยังไม่อ่อน”



ประสิทธิภาพในการป้องกันของถุงยางลดลง เมื่อ:

  • ใส่ไม่ถูกวิธี
  • รูดถุงยางจนสุดแล้วใส่
  • ใช้ของเหลวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ครีม โลชั่น หรือแชมพู เป็นสารหล่อลื่นขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ใช้สารหล่อลื่นน้อยเกินไป
  • ใช้สารหล่อลื่นในบริเวณที่ไม่ควรใช้ เช่น ทารอบจู๋ก่อนใส่ถุงยาง ไม่ทาสารหล่อลื่นบริเวณรอบๆและด้านในรูตูด
  • มีเซ็กซ์นานและไม่เปลี่ยนถุงยาง
  • ใช้ถุงยางหมดอายุ (อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุบนซองถุงยางก่อนใช้ทุกครั้ง)
  • ใช้ถุงยางผิดขนาด

คลินิกที่ให้บริการตรวจเอชไอวีส่วนใหญ่จะมีถุงยางแจกฟรีให้ผู้เข้ารับบริการ หรือสามารถซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต (บิ๊กซี, ท้อปส์) ร้านขายยา