โคเคน

โคเคนจัดอยู่ในสารออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทอย่างรุนแรง ออกฤทธิ์เพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลระหว่างสมองกับร่างกายทำให้ผู้เสพรู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุข โคเคนเป็นสารที่สกัดได้จากใบของต้นโคคา (Erythroxylum coca) แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

โคเคน ไฮโดรคลอไรด์ : เป็นผงสีขาว รสขม เสพร่วมกับสารที่ซื้อขายตามร้านขายยาทั่วไป เช่น น้ำตาลแลคโตส หรือกลูโคส เพื่อลดความแรงของโคเคน

โคเคน ฟรีเบส: เป็นผลึกแข็งสีขาว หรือไล่สีไปจนสีน้ำตาลคล้ายหิน เรียกกันว่า แคร็ก (Crack) หรือ ร็อค (Rock) สีที่แตกต่างกัน เช่น สีใส ขาว ชมพู หรือเหลือง เป็นผลจากสารที่ใช้ผสมในขั้นตอนการผลิตที่แตกต่างกัน

โคเคนมักเสพโดยวิธีสูดผงยาเข้าโพรงจมูก (ตบแป้ง) แต่ก็สามารถเสพโดยวิธีฉีด ถูลงบนเหงือก หรือผสมลงในอาหารและน้ำดื่มด้วย

โคเคนฟรีเบสหรือแคร็กมักเสพโดยการสูบควัน

การใช้ยาหรือสารใดๆ ไม่มีระดับที่ ปลอดภัย  การใช้สารทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงต้องระมัดระวังเมื่อใช้เสมอ โดยเฉพาะยาที่ผิดกฎหมาย จะออกฤทธิ์แทบจะทันทีหากเสพโดยวิธีฉีด ถ้าใช้สูบ สูดดม หรือกลืน ก็จะออกฤทธิ์ช้าลง การออกฤทธิ์ของโคเคนในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

– น้ำหนักตัวของผู้ใช้               

  สุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ใช้

  ความถี่ของการใช้

  การใช้ร่วมกับยาหรือสารตัวอื่น เช่น ยาที่แพทย์สั่งจ่าย

  ปริมาณที่ใช้

  ความบริสุทธิ์ของยา (ซึ่งยาผิดกฎหมายมักไม่มีมาตรฐาน)

ผลระยะสั้นของผู้เสพโคเคน ได้แก่

– มั่นใจตัวเอง กระตือรือร้นมากขึ้น

– อารมณ์เคลิบเคลิ้มเป็นสุข

– การยับยั้งชั่งใจน้อยลง

– รูม่านตาขยาย

– ปากซีด แห้ง

– หัวใจเต้นเร็ว

– ความอยากอาหารน้อยลง

– เหงื่อออกมาก

– มีอารมณ์ทางเพศสูง

ถ้าเสพโดยวิธีสูดเข้าทางจมูก อาจทำให้เลือดกำเดาไหล เยื่อบุโพรงจมูกติดเชื้อ ผนังกั้นช่องจมูกทะลุ และทำให้โพรงจมูกเสียหายในระยะยาวได้

การเสพโคเคนปริมาณมากเป็นประจำอาจทำให้เกิดอาการทางจิต ผู้ใช้อาจเห็นภาพลวงตา หวาดระแวง ประสาทหลอน ก้าวร้าว คลุ้มคลั่ง ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปหลังเลิกเสพโคเคนสักระยะ 

ช่วงที่โคเคนเริ่มหมดฤทธิ์คุณจะรู้สึกค่อนข้างแย่ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าชีวิตถึงจุดจบแล้ว จิตใจคุณแค่อยู่ในช่วง “ขาลง” และความรู้สึกแย่ต่างๆ ก็จะค่อยๆ หายไปตามเวลา

เมื่ออยู่ในช่วงโคเคนเริ่มหมดฤทธิ์ คุณอาจมีอาการ 

– รู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย กระวนกระวาย

– หวาดระแวง

– ซึมเศร้า

– อารมณ์แปรปรวน เหวี่ยง เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย

– เฉื่อยชา

– เหนื่อยล้า

– นอนหลับมากขึ้น

– ฉุนเฉียว โกรธง่าย

ร่างกายของคุณก็เจอศึกหนักเหมือนกัน ดังนั้นคุณก็ควรดูแลตัวเองบ้าง เรามีข้อแนะนำมาฝาก

– กินอาหารให้อิ่มก่อนจะใช้ยาช่วยได้ และกินรองท้องเรื่อยๆ ด้วย

– เช็คให้แน่ใจว่าตุนอาหารสำรองไว้ในตู้เย็นสำหรับตอนปาร์ตี้หรือตอนที่ยาเริ่มหมดฤทธิ์แล้ว อาหารที่ตุนไว้ควรเป็นอาหารอ่อน เช่น โยเกิร์ต สมูตตี้ โปรตีนปั่น หรือซุปสำเร็จรูป เพราะคุณอาจเคี้ยวอาหารได้ยากหลังใช้ยา

– อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ คุณต้องดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ

– ถ้าคุณกินยาต้านเชื้อเอชไอวีหรืออยู่ในช่วงกินยา PrEP หรือยา PEP อย่าลืมตั้งเวลากินยาในโทรศัพท์เผื่อกันลืม และถ้าต้องออกไปปาร์ตี้นอกบ้านหลายวันก็เช็คให้แน่ใจว่าเอายาไปครบ 

– ดูแลตัวเองให้ดี ทำตัวให้สบายและปลอดภัยด้วย ลองแช่น้ำอุ่นๆ ออกไปเที่ยวกับเพื่อน นอนพักผ่อนหรือดูรายการตลกๆ ทางทีวีบ้าง

– ผ่อนคลายด้วยดนตรีสบายๆ เพลย์ลิสต์นี้ก็ฟังสบายดีนะ ลองฟังสิ 

– หรือไม่ก็ลองเดินตากฝน ผ่อนคลายตัวเองตามเม็ดฝนเย็นๆ ที่โดนตัว พระเอกเอ็มวีที่สุด

ถ้าคุณอยากปลอดภัยก็ต้องไม่ใช้ยาเลย โอเคไหม? แต่ถ้าพูดกันตามจริง หลายคนก็ใช้ยากันอยู่ บางคนใช้แล้วสนุก แต่อีกหลายคนใช้แล้วมีปัญหาหลายอย่างทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ หน้าที่ การงาน สภาพการเงิน หรือทั้งหมดที่กล่าวมา ถ้าปล่อยไว้ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้น ถ้าคุณคิดจะใช้ยาหรือสารใดๆ ก็ต้องใช้ให้ปลอดภัย คุณเลือกเองว่าจะนำสารใดเข้าสู่ร่างกาย แต่ไม่ว่าจะเลือกอะไร ก็ต้องแน่ใจว่ามีความปลอดภัย และให้มีผลกระทบต่อตัวเองและผู้อื่นน้อยที่สุด  

เราจึงมีข้อแนะนำมาให้คุณ

– กำหนดขอบเขตให้ตัวเอง และยึดตามที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด

– อย่ายอมให้คนอื่นบังคับให้คุณใช้ยา

– หลีกเลี่ยงการผสมหรือใช้ยาร่วมกันหลายชนิด หรือถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้องหาข้อมูลความเสี่ยงให้มั่นใจก่อน

– เตือนตัวเองเสมอว่ากำลังใช้ยาอะไรและมากเท่าไหร่แล้ว

– กินอาหารก่อนเริ่มปาร์ตี้ และดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ

– ถ้าจะออกไปสุดเหวี่ยงในค่ำคืนแสนพิเศษ ทิ้งบัตรเอทีเอ็มไว้ที่บ้าน ตั้งลิมิตการใช้เงินของตัวเอง และอย่าลืมเผื่อเงินค่ารถกลับบ้านไว้ด้วย

– บอกเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ก่อนว่าคุณกำลังจะทำอะไร

– อย่าขับขี่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์เอง ถ้าคุณคิดว่าคืนนั้นจะไฮแน่ๆ

– ถ้าคุณรู้สึกไฮ แต่ขับรถส่วนตัวมา ให้ทิ้งรถไว้ที่ร้านและกลับบ้านด้วยแท็กซี่ หรือ แกร็บคาร์ แล้วค่อยกลับมาเอารถวันต่อไปเมื่อคุณสร่างเมาแล้ว หรืออาจใช้บริการแอ็ป YouDrinkIDrive ที่จะส่งคนขับมาขับรถส่งคุณกลับบ้านให้

– ตั้งเบอร์เพื่อนสนิทไว้เป็นเบอร์โทรฉุกเฉิน เผื่อไว้ติดต่อให้มารับคุณในวันที่คุณไฮหนักและอยู่คนเดียว ในโทรศัพท์แอปเปิ้ลสามารถตั้งค่าการโทรด่วนไปยังเบอร์โทรฉุกเฉินได้ทันที ถ้าคุณมีโทรศัพท์ไอโฟนก็อย่าลืมใช้ให้คุ้มล่ะ

ถ้าคุุณตัดสินใจเลือกใช้วิธีฉีด ต้องมั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้สะอาด ห้ามใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคที่ติดต่อผ่านกระแสเลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี ซี และเอชไอวี คุณอาจจะมองไม่เห็นเลือดที่ติดอยู่ในเข็มหรือกระบอกฉีดยา  แต่จริงๆ มันอาจจะติดอยู่บนผิวหนัง ที่มือ หรือว่าบนโต๊ะก็ได้ ดังนั้นแม้จะไม่เห็นเลือดก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเลือดออก ก่อนฉีดยาจึงต้องล้างมือให้สะอาด ฆ่าเชื้อบริเวณที่จะฉีดเสมอ

การฉีดยาและการใช้อุปกรณ์การฉีดร่วมกับผู้อื่นอาจทำให้คุณเสี่ยงต่อ

– เส้นเลือดถูกทำลาย และเกิดรอยแผลเป็นถาวร

– การติดไวรัสตับอักเสบชนิดบี ไวรัสตับอักเสบชนิดซี บาดทะยัก และเอชไอวี

– ลิ่มเลือดอุดตัน ส่งผลให้เกิดอาการอัมพาต อวัยวะเสียหาย เส้นเลือดในสมองอุดตัน และนำไปสู่การเสียชีวิตได้

ถ้าคุณใช้เข็มซ้ำ ศึกษาวิธีการทำความสะอาดเข็มได้ที่ เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเสี่ยงให้น้อยที่สุด: การทำความสะอาดอุปกรณ์ฉีดยา [www.testbkk.org/clean-injection]

การเสพโคเคนปริมาณมากหรือแรงมากอาจส่งผลให้เกิดการเสพยาเกินขนาด (overdose) ยาที่ผลิตอย่างผิดกฎหมายและขายในตลาดมืดจะมีความบริสุทธิ์ต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะถูกผสมหรือเจือจางด้วยสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ถ้าคุณหรือคนที่คุณรู้จักมีอาการต่อไปนี้ จะต้องเรียกรถพยาบาลทันที

– หัวใจเต้นเร็ว ไม่สม่ำเสมอ

– ตัวสั่นอย่างรุนแรง

– ความดันโลหิตสูง หายใจติดขัด

– เจ็บหน้าอก

– กระวนกระวาย หรือวิตกกังวลอย่างรุนแรง

– หมดสติ

– อาการของโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองอุดตัน

เบอร์โทรฉุกเฉิน

หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน กทม. 1646 

หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ทั่วประเทศ  1669

ถ้าคุณใช้โคเคนร่วมกับการมีเซ็กส์ คุณอาจปลดล็อกความต้องการทางเพศของตัวเองจนกล้าทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำตอนที่ไม่ได้ใช้ยา หรือทำสิ่งที่ตัวเองไม่ได้อยากทำจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น โอม ในตอนที่มีสติจะเช็คตลอดว่าผู้ชายที่จะเอาเขาต้องใส่ถุงยางตลอด แต่เมื่อใช้ยา โอมกลับยอมให้ใครก็ไม่รู้สอดใส่และปล่อยน้ำข้างในโดยไม่ได้ป้องกัน ทำให้โอมเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์และเอชไอวี

ถ้าคุณมักเข้าร่วมไฮฟันและไม่ได้สวมถุงยางบ่อยๆ คุณควรพิจารณาการกินยาเพร็พ (PrEP) ซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ หาข้อมูลเรื่องยาเพร็พได้ที่นี่

โคเคน + แอลกอฮอล์ จะเพิ่มฤทธิ์กระตุ้นประสาทของโคเคน ทำให้หัวใจทำงานหนักมาก จนนำไปสู่การเสียชีวิตทันทีได้

โคเคน + ยากระตุ้นประสาทอื่นๆ (ยาอี ยาบ้า และยาไอซ์) ทำให้หัวใจบีบตัวอย่างหนัก เพิ่มความเสี่ยงของการเสพยาเกินขนาดด้วย

โคเคน + ยาลดความเครียด อาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเซโรโทนิน เช่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ชัก หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อกระตุก เป็นต้น ซึ่งจะต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ทันที

ถ้าคุณกินยาเพร็พที่มียาในกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) และยาต้าน Efavirenz (EFV), Etravirine (ETV) และ Nevirapine (NVP) ในกลุ่ม NNRTIs ร่วมกับเสพโคเคน อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ ได้ นอกจากนี้ ถ้าคุณกินยาต้านไวรัส Saquinavir (SQV) ในกลุ่ม PI ห้ามใช้โคเคนเด็ดขาด

คุณควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดรวมถึงปรับขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

ถ้าคุณกินยาเป๊บที่มียาในกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) และยาต้าน Efavirenz (EFV), Etravirine (ETV) และ Nevirapine (NVP) ในกลุ่ม NNRTIs ร่วมกับเสพโคเคน อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ ได้ นอกจากนี้ ถ้าคุณกินยาต้านไวรัส Saquinavir ในกลุ่ม PI ห้ามใช้โคเคนเด็ดขาด

คุณควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดรวมถึงปรับขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

ถ้าคุณมีผลเลือดบวกและกินยาต้านไวรัสกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) และยาต้าน Efavirenz (EFV), Etravirine (ETV) และ Nevirapine (NVP) ในกลุ่ม NNRTIs ร่วมกับการใช้โคเคน ยาต้านกลุ่มนี้จะเพิ่มขนาดโคเคนในร่างกาย  ทำให้เกิดโอเวอร์โดส และส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ ถ้าคุณกินยาต้านไวรัส Saquinavir (SQV) ในกลุ่ม PI ห้ามใช้โคเคนเด็ดขาด

ถ้าคุณเป็นผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีและใช้สารเสพติด ควรปรึกษาและตรวจสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง 

ใจเย็นๆ นะพวก! ถ้าการเสพโคเคนของคุณเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว ความสามารถในการทำงานหรือเรียน หรือกระทั่งเงินในกระเป๋า นี่อาจถึงเวลาที่จะต้องติดต่อคนที่ช่วยคุณได้แล้ว

มีวิธีบำบัดมากมาย และมีหลายองค์กรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่คุณและคนรอบข้าง ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการควบคุม ลด หรือเลิกการใช้ยา ขอแค่คุณเรียกหา ก็จะมีคนช่วยเสมอ

ถ้าคุณกังวลใจเกี่ยวกับการติดยาเสพติดหรือมีปัญหาสุขภาพจิตที่เกี่ยวกับการใช้สารเสพติด อย่าเก็บไว้คนเดียว คุยกับผู้เชี่ยวชาญดีกว่า ไม่ว่าจะโทรเพื่อขอคำปรึกษาด้านจิตใจ ในกรณีที่คุณมีความคิดฆ่าตัวตาย หรือเกิดความเครียด หรือเพียงต้องการหาข้อมูลเบื้องต้นของบริการด้านสุขภาพที่เหมาะกับคุณต่อไป ก็สามารถโทรได้ ฟรี และข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ

ค้นหาสายด่วนให้ข้อมูลและคำปรึกษา 

ศูนย์ลดอันตราย หรือศูนย์ดรอป-อินมีบริการที่ช่วยลดภาวะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาได้ เช่น บริการเข็มฉีดยาสะอาด และถ้าคุณมีเป้าหมายในการลดการใช้ยา ศูนย์ดรอปอินเหล่านี้ก็ช่วยคุณได้ แน่ใจได้เลยว่าคุณจะได้รับบริการในพื้นที่ปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมิตรและพร้อมสนับสนุนคุณเสมอ

ค้นหาสถานบริการด้านการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด

ถ้าคุณกำลังมองหาบริการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ มีสถานพยาบาลจำนวนมากที่พร้อมสนับสนุนให้คุณบรรลุเป้าหมายในการลด ละ เลิกใช้ยา โดยมีทั้งบริการแบบผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการ การถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการติดตามผล

ค้นหาสถานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ

การตรวจเลือดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ สามเดือนเป็นเรื่องสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ testBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆ จากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง และคุณสามารถจองคิวตรวจเลือดล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องรอคิว ได้รับการตรวจที่รวดเร็ว เป็นความลับ และไม่ต้องเปิดเผยตัวตน

จองคิวตรวจกับคลินิกที่ร่วมกับ testBKK

การถอนโคเคนหลังจากเสพมานานเป็นเรื่องยาก ร่างกายที่เสพติดยาจะต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะปรับตัวกับการไม่ใช้โคเคนได้  คุณควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ อาการถอนยามักเกิดขึ้นใน 1 ถึง 2 วันหลังการเสพครั้งล่าสุด และอาจเป็นอยู่นานเกือบ 10 สัปดาห์ ช่วงวันที่ 4 ถึง 7 จะเป็นช่วงที่อาการรุนแรงที่สุด 

อาการถอนยาจากการหยุดเสพโคเคน แบ่งออกเป็น 3 ช่วง

ช่วงที่ 1 ช่วงหมดฤทธิ์ ในช่วงแรกจะมีอาการกระสับกระส่าย ซึมเศร้า วิตกกังวลอย่างรุนแรง รู้สึกหิวโหย อยากยา นอนหลับไม่สนิท และหมดแรง 

ช่วงที่ 2 ช่วงถอน มีอาการอยากโคเคน ขาดพลังงาน วิตกกังวล อารมณ์รุนแรง ไม่มีความสุขในการทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งอาการเหล่านี้จะคงอยู่จน 10 สัปดาห์หลังการเสพครั้งสุดท้าย

ช่วงที่ 3 ช่วงดับ ช่วงนี้อาจจะยังมีอาการอยากยาอยู่เป็นระยะ

ข้อมูลในเว็บไซต์ testBKK เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์แต่อย่างใด ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำแนะนำเกี่ยวกับโคเคน คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ