แอลเอสดี

แอลเอสดี (LSD: Lysegic acid diethylamide) หรืออาจเรียกสั้นๆ ว่า เอซิด  เป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้ ออกฤทธิ์หลอนประสาท ทำให้ผู้ใช้รู้สึกราวกับอยู่อีกโลกหนึ่ง   เรียกง่ายๆ ว่ากำลังหลอนนั่นเอง

มักพบว่าเสพโดยการนำแอลเอสดีไปหยดบนกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆ คล้ายแสตมป์ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับ เรียกว่า blotting paper แต่แอลเอสดีที่แพร่หลายในท้องตลาดอาจมีส่วนผสมอื่นเจือปน เช่น กรดเหลว (NBOMe) และสารอื่นๆ ที่มักเป็นอันตราย คุณภาพไม่ดี และหากเสพในปริมาณมาก อาจทำให้เสียชีวิตได้

ชื่อเรียกอื่นๆ : แสตมป์เมา กระดาษเมา ลิขวิด

แอลเอสดีเสพโดยการวางแผ่นกระดาษที่มีแอลเอสดีไว้ใต้ลิ้น สารจะค่อยๆ ซึมสู่กระแสเลือดจนทำให้เมา

การใช้ยาหรือสารใดๆ ไม่มีระดับที่ปลอดภัย  การใช้สารทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงต้องระมัดระวังเมื่อใช้เสมอ แอลเอสดีจะออกฤทธิ์แทบจะทันทีหลังฉีด ถ้าเสพโดยวิธีสูบ สูดดม หรือกลืน จะออกฤทธิ์ช้าลง การออกฤทธิ์ของแอลเอสดีในแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

  • น้ำหนักตัวของผู้ใช้
  • สุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ใช้
  • ความถี่ของการใช้
  • การใช้ร่วมกับยาหรือสารตัวอื่น เช่น ยาที่แพทย์สั่งจ่าย
  • ปริมาณที่ใช้
  • ความบริสุทธิ์ของยา (ซึ่งยาผิดกฎหมายมักไม่มีมาตรฐาน)

แอลเอสดีออกฤทธิ์ได้นานตั้งแต่ 4 ถึง 12  ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณและความบริสุทธิ์ของสาร ผู้ใช้จะมีอาการดังนี้

  • มีอารมณ์เคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย
  • ได้ยินเสียงแต่เห็นเป็นภาพแทน
  • สับสน กระวนกระวาย ไม่มีสมาธิ
  • หัวใจเต้นเร็ว ไม่สม่ำเสมอ
  • ความดันโลหิตสูง หายใจเร็ว
  • เหงื่อออก หนาวสั่น
  • หน้าแดง
  • อาเจียน
  • มึนชา 

สารหลอนประสาทจะทำให้การรับรู้และเข้าใจโลกความจริงเปลี่ยนไป ด้วยความที่มันส่งผลต่อจิตใจซับซ้อนมากจึงเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาอาการที่จะแสดงออกจากการเสพแอลเอสดีในแต่ละบุคคล สภาพจิตใจที่ต่างกันมีส่วนต่อประสบการณ์ในการเสพซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเรื่องตื่นเต้นหรือเลวร้าย แต่การเห็นภาพลวงตา อาการหวาดระแวง วิตกกังวลหรือประสาทหลอนจากฤทธิ์ยาคงไม่มหัศจรรย์อย่างที่หวังไว้ 

การเสพแอลเอสดีเป็นประจำนำไปสู่

  • ภาวะพึ่งพาสารหลอนประสาททางใจ

หลังใช้แอลเอสดีไปสองสามวัน ผู้ใช้อาจมีอาการดังนี้

  • นอนไม่หลับ
  • เหนื่อยล้า
  • ปวดกล้ามเนื้อ 
  • ซึมเศร้า 

ถ้าคุณคิดจะใช้ยาหรือสารใดๆ ก็ต้องใช้ให้ปลอดภัย คุณตัดสินใจเองว่าจะนำสารใดเข้าสู่ร่างกาย แต่ไม่ว่าจะเลือกอะไร กฎเหล็กคือต้องแน่ใจว่าจะปลอดภัย และจะส่งผลกระทบต่อตัวเองและผู้อื่นน้อยที่สุด  

เรามีข้อแนะนำมาให้คุณ

  • กำหนดขอบเขตให้ตัวเอง และยึดตามที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด
  • อย่ายอมให้คนอื่นบังคับให้คุณใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงการผสมหรือใช้ยาร่วมกันหลายชนิด หรือถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้องหาข้อมูลความเสี่ยงให้มั่นใจก่อน
  • เตือนตัวเองเสมอว่ากำลังใช้อะไรและมากเท่าไหร่แล้ว
  • กินอาหารก่อนเริ่มปาร์ตี้ และดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ
  • บอกเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ก่อนว่าคุณกำลังจะทำอะไร
  • อย่าขับขี่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์เอง ถ้าคุณคิดว่าคืนนั้นจะไฮแน่ๆ
  • ถ้าคุณรู้สึกไฮ แต่ขับรถส่วนตัวมา ให้ทิ้งรถไว้ที่ร้านและกลับบ้านด้วยแท็กซี่ หรือ แกร็บคาร์ แล้วค่อยกลับมาเอารถวันต่อไปเมื่อคุณสร่างเมาแล้ว หรืออาจใช้บริการแอ็ป YouDrinkIDrive ที่จะส่งคนขับมาขับรถส่งคุณกลับบ้านให้
  • ตั้งเบอร์เพื่อนสนิทไว้เป็นเบอร์โทรฉุกเฉิน เผื่อไว้ติดต่อให้มารับคุณในวันที่คุณไฮหนักและอยู่คนเดียว ในโทรศัพท์แอปเปิ้ลสามารถตั้งค่าการโทรด่วนไปยังเบอร์โทรฉุกเฉินได้ทันที ถ้าคุณมีโทรศัพท์ไอโฟนก็อย่าลืมใช้ให้คุ้มล่ะ 

ผลของการใช้แอลเอสดีร่วมกับยาอื่น ๆ เช่น ยาที่ซื้อตามร้านขายยา หรือยาที่แพทย์สั่งจ่าย ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และอาจเป็นอันตราย อาการที่พบรายงานแล้ว ได้แก่

แอลเอสดี + แอมเฟตามีน หรือยาอี จะเพิ่มโอกาสการเกิดประสาทหลอน และทำให้เกิดอาการวิตกจริต

แอลเอสดี + แอลกอฮอล์ มีผลทำให้คลื่นไส้และอาเจียนมากขึ้น

ผลของการใช้แอลเอสดีร่วมกับยาอื่น ๆ เช่น ยาที่ซื้อตามร้านขายยา หรือยาที่แพทย์สั่งจ่าย ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และอาจเป็นอันตราย อาการที่พบรายงานแล้ว ได้แก่

แอลเอสดี + แอมเฟตามีน หรือยาอี จะเพิ่มโอกาสการเกิดประสาทหลอน และทำให้เกิดอาการวิตกจริต

แอลเอสดี + แอลกอฮอล์ มีผลทำให้คลื่นไส้และอาเจียนมากขึ้น

ยังไม่มีรายงานปฏิกิริยาระหว่างยาเพร็พกับแอลเอสดีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

แอลเอสดี + แอมเฟตามีน หรือยาอี จะเพิ่มโอกาสการเกิดประสาทหลอน และทำให้เกิดอาการวิตกจริต

แอลเอสดี + แอลกอฮอล์ มีผลทำให้คลื่นไส้และอาเจียนมากขึ้น

ถ้าคุณกินยาเป๊บที่มียาในกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) ร่วมกับเสพยาอี อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ คุณควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดรวมถึงปรับขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

ถ้าคุณมีผลเลือดบวกและกินยาต้านไวรัสกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) หรือยาต้าน Efavirenz (EFV), Etravirine (ETV) หรือ Nevirapine (NVP) ในกลุ่ม NNRTIs ร่วมกับการใช้แอลเอสดี อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ 

ถ้าคุณมีผลเลือดบวกและรักสนุก ก็ต้องหมั่นตรวจสุขภาพและขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ testBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่เจอปัญหาจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาแน่นอน 

นอกจากนี้ คุณต้องรู้ลิมิตและเข้าใจสภาพร่างกายของตัวเอง พึงระวังว่าสารที่คุณใช้อาจส่งผลต่อการรักษาของคุณ 

คุณรู้สึกออกห่างจากความเป็นจริงเรื่อยๆ หรือเปล่า? ถ้าคุณเสพแอลเอสดีมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว ความสามารถในการทำงานหรือเรียน หรือกระทั่งเงินในกระเป๋า นี่อาจถึงเวลาที่จะต้องติดต่อคนที่ช่วยคุณได้แล้ว

มีวิธีบำบัดมากมาย และมีหลายองค์กรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือทั้งคุณและคนรอบข้าง ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการควบคุม ลด หรือเลิกการใช้ยา ขอแค่คุณเรียกหา ก็จะมีคนช่วยเสมอ

ถ้าคุณกังวลใจเกี่ยวกับการติดสารเสพติดหรือมีปัญหาสุขภาพจิตที่เกี่ยวกับการใช้สารเสพติด อย่าเก็บไว้คนเดียว คุยกับผู้เชี่ยวชาญดีกว่า ไม่ว่าจะโทรเพื่อขอคำปรึกษาด้านจิตใจ ในกรณีที่คุณมีความคิดฆ่าตัวตาย หรือเกิดความเครียด หรือเพียงต้องการหาข้อมูลเบื้องต้นของบริการด้านสุขภาพที่เหมาะกับคุณต่อไป ก็สามารถโทรได้ ฟรี และข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ

ค้นหาสายด่วนให้ข้อมูลและคำปรึกษา 

ศูนย์ลดอันตราย หรือศูนย์ดรอป-อินมีบริการที่ช่วยลดภาวะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาได้ เช่น บริการเข็มฉีดยาสะอาด และถ้าคุณมีเป้าหมายในการลดการใช้ยา ศูนย์ดรอปอินเหล่านี้ก็ช่วยคุณได้ แน่ใจได้เลยว่าคุณจะได้รับบริการในพื้นที่ปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมิตรและพร้อมสนับสนุนคุณเสมอ

ค้นหาสถานบริการด้านการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด

ถ้าคุณกำลังมองหาบริการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ มีสถานพยาบาลจำนวนมากที่พร้อมสนับสนุนให้คุณบรรลุเป้าหมายในการลด ละ เลิกใช้ยา โดยมีทั้งบริการแบบผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการ การถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการติดตามผล

ค้นหาสถานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ

การตรวจเลือดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ สามเดือนเป็นเรื่องสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ testBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆ จากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง และคุณสามารถจองคิวตรวจเลือดล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องรอคิว ได้รับการตรวจที่รวดเร็ว เป็นความลับ และไม่ต้องเปิดเผยตัวตน

จองคิวตรวจกับคลินิกที่ร่วมกับ testBKK

แอลเอสดีมีการเสพติดทางใจเท่านั้น อาการถอนยาชนิดนี้จึงเป็นอาการทางใจมากกว่าทางกายภาพ อาการถอนยาหลังหยุดเสพมักเป็นดังนี้

  • เหนื่อยล้า และ/หรือ อารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียวง่าย
  • รู้สึกพึงพอใจต่อสิ่งต่างๆ ได้น้อยลง 

วิธีเอาชนะอาการวิตกกังวลและความรู้สึกแย่ที่ดีที่สุดอาจเป็นการทำสมาธิสักหน่อย หรือไม่งั้นก็สุดเหวี่ยงหลุดไปเลยกับจีน กษิดิษแทนไปก่อน 

https://www.youtube.com/watch?v=MoDp9jNIM7A

ข้อมูลในเว็บไซต์ TestBKK เป็นเพียงข้อมูลแนะนำทั่วไปเท่านั้น  ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้าต้องการคำแนะนำเรื่องยาอี คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ