ยาไอซ์

ยาไอซ์เป็นยากระตุ้นประสาท ซึ่งจะเร่งการส่งข้อมูลระหว่างสมองและร่างกาย ยาไอซ์คือ Methamphetamine ที่แรงกว่า ติดได้ง่ายและลึกกว่า และมีผลกระทบต่อร่างกายมากกว่ายาบ้า (amphetamine) ไอซ์มักอยู่ในรูปผลึกใสขนาดเล็ก คล้ายน้ำแข็ง หรืออาจเป็นผลึกสีขาว หรือน้ำตาลก็ได้ มีกลิ่นแรง รสขม

การเสพไอซ์มักใช้วิธีสูดไอระเหย ฉีด กลืน สูดดม หรือสอดทางทวารหนัก
– ถ้าเสพโดยการสูดไอระเหย (ดึง) ยาจะออกฤทธิ์ใน 3-7 วินาที โดยใส่ไอซ์ในไปป์แก้ว (หรือที่เรียกว่า โจ๋แก้ว โจ๋น้ำแข็ง ตุ้มแก้ว) ลนไฟให้เป็นไอแล้วสูดเข้าปอด
– ถ้าเสพโดยการฉีด(ยิง)เข้าเส้นเลือด ยาจะออกฤทธิ์ใน 3-7 วินาที ควรใช้อุปกรณ์การฉีดที่ใหม่และสะอาด และต้องรู้วิธีก่อนตัดสินใจฉีด
– ถ้าเสพโดยการกิน ยาจะออกฤทธิ์ใน 15 – 30 นาที
– ถ้าเสพโดยการสูดเข้าจมูก ยาจะออกฤทธิ์ใน 3-5 นาที
– ถ้าเสพโดยการสอดทวารหนัก ยาจะออกฤทธิ์ใน 15-30 นาที ถ้าคุณจะเสพไอซ์ด้วยวิธีสอดทวารร่วมกับมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ควรสอดยาทิ้งไว้ 15-30 นาทีก่อนจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ เพราะระหว่างมีเซ็กส์ อาจเกิดแผลฉีกขาดบริเวณทวารหนักได้ อย่าใช้อุปกรณ์การฉีดร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคที่ติดต่อผ่านกระแสเลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี ซี บาดทะยัก และเอชไอวี

การใช้ยาหรือสารใดๆ ไม่มีระดับที่ ปลอดภัย การใช้สารทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงต้องระมัดระวังเมื่อใช้เสมอ โดยเฉพาะยาที่ผิดกฎหมาย ไอซ์จะออกฤทธิ์แทบจะทันทีหากฉีดเข้าเส้นเลือด และใช้เวลาออกฤทธิ์นานขึ้นหากเสพโดยการสูบ สอด สูดดม หรือกลืน การออกฤทธิ์ของยาไอซ์ในแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
– น้ำหนักตัวของผู้ใช้
– สุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ใช้
– ความถี่ของการใช้
– การใช้ร่วมกับยาหรือสารตัวอื่น เช่น ยาที่แพทย์สั่งจ่าย
– ปริมาณที่ใช้
– ความบริสุทธิ์ของยา (ซึ่งยาผิดกฎหมายมักไม่มีมาตรฐาน) เราบอกไม่ได้ว่ายาเสพติดจะออกฤทธิ์อยู่ได้นานเท่าไหร่ ระยะเวลาที่ยาเสพติดออกฤทธิ์ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ ปริมาณที่ใช้ ความต้านทานของร่างกายที่มีต่อยาเสพติดนั้น และวิธีเสพ พึงระวังอย่าเสพยาซ้ำก่อนยารอบแรกจะหมดฤทธิ์

การเสพยาไอซ์ในระยะสั้น อาจทำให้ผู้ใช้มีอาการ ดังนี้
– แรงจูงใจและความมั่นใจเพิ่มขึ้น
– รู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุข
– ความยับยั้งช่างใจน้อยลง
– รูม่านตาขยาย
– ปากแห้ง ซีด
– หัวใจเต้นเร็ว
– ความอยากอาหารลดลง
– เหงื่อออกมาก
– ความต้องการทางเพศสูง การเสพโดยวิธีสูดเข้าจมูก อาจทำให้ช่องจมูกเสียหายและทำให้เลือดกำเดาไหลได้

การใช้ยาไอซ์เป็นประจำอาจทำให้ผู้ใช้เกิดอาการ ดังนี้
– ความอยากอาหารลดลง
– น้ำหนักลดลงอย่างรุนแรง
– นอนไม่หลับ
– ปัญหาช่องปากเรื้อรัง
– ไม่มีสมาธิ
– ปัญหาระบบทางเดินหายใจ
– กล้ามเนื้อตึง อาการทางจิตจากการใช้ไอซ์ ทุกคนต้องการการนอนหลับ แต่การใช้ไอซ์ปริมาณมากอย่างต่อเนื่องจะทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ และอาจทำให้เกิดอาการทางจิตจากการใช้ยาได้ อาการที่พบ เช่น จิตหวาดระแวง ประสาทหลอน ก้าวร้าว คลุ้มคลั่ง อาการเหล่านี้มักหายไปเมื่อหยุดใช้ยาไปสักระยะ

ช่วงที่ยาไอซ์หมดฤทธิ์จะทำให้คุณรู้สึกค่อนข้างแย่ คุณจะรู้สึกไปได้สารพัด แต่อย่าเพิ่งคิดว่าชีวิตถึงจุดจบแล้ว จิตใจคุณแค่อยู่ในช่วง “ขาลง” และความรู้สึกแย่ต่างๆ ก็จะค่อยๆ หายไปตามเวลา เมื่อยาเริ่มหมดฤทธิ์ คุณอาจมีอาการ
– รู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล
– หวาดระแวง
– ซึมเศร้า
– อารมณ์แปรปรวน เหวี่ยงง่าย
– เซื่องซึม
– เหนื่อยล้า
– นอนหลับมากขึ้น
– โกรธง่าย ร่างกายของคุณก็เจอศึกหนักเหมือนกัน ดังนั้นคุณก็ควรดูแลตัวเองบ้าง เรามีข้อแนะนำมาฝาก
– กินอาหารให้อิ่มก่อนจะใช้ยาช่วยได้ และกินรองท้องเรื่อยๆ ด้วย
– เช็คให้แน่ใจว่าตุนอาหารสำรองไว้ในตู้เย็นสำหรับตอนปาร์ตี้หรือตอนที่ดาวน์แล้ว ยังไงสารอาหารก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย อาหารที่ตุนไว้ควรเป็นอาหารอ่อน เช่น โยเกิร์ต สมูตตี้ โปรตีนปั่น หรือซุปสำเร็จรูป เพราะคุณอาจเคี้ยวอาหารได้ยากหลังใช้ยา
– อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ คุณต้องดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ
– ถ้าคุณกินยาต้านเอชไอวีหรืออยู่ในช่วงกินยา PrEP หรือยา PEP อย่าลืมตั้งเวลากินยาในโทรศัพท์เผื่อกันลืม และถ้าต้องออกไปปาร์ตี้นอกบ้านหลายวันก็เช็คให้แน่ใจว่าเอายาไปด้วยครบ
– ดูแลตัวเองให้ดี ทำตัวให้สบายและปลอดภัยด้วย แช่น้ำอุ่นๆ ออกไปเที่ยวกับเพื่อน นอนพักผ่อนหรือดูรายการตลกๆ ทางทีวีบ้าง
– ผ่อนคลายด้วยดนตรีสบายๆ เพลย์ลิสต์นี้ก็น่ารักดีนะ ลองฟังสิ [https://www.youtube.com/watch?v=uh24LgcjyyM]
– หรือไม่ก็ดูวีดีโอข้างล่างที่จะช่วยผ่อนคลายคุณได้ดีเลยล่ะ

ถ้าคุณอยากปลอดภัยก็ต้องไม่ใช้ยาเลย โอเคไหม? แต่ถ้าพูดกันตามจริง หลายคนก็ใช้ยากันอยู่ บางคนใช้แล้วสนุก แต่อีกหลายคนใช้แล้วมีปัญหาหลายอย่างทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ หน้าที่ การงาน สภาพการเงิน หรือทั้งหมดที่กล่าวมา บางคนก็ใช้จนถึงขั้นเสพติด ถ้าปล่อยไว้ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้น ถ้าคุณคิดจะใช้ยาหรือสารใดๆ ก็ต้องใช้ให้ปลอดภัย คุณเลือกเองว่าจะนำสารใดเข้าสู่ร่างกาย แต่ไม่ว่าจะเลือกอะไร ก็ต้องแน่ใจว่ามีความปลอดภัย และให้มีผลกระทบต่อตัวเองและผู้อื่นน้อยที่สุด เราจึงมีข้อแนะนำมาให้คุณ
– กำหนดขอบเขตให้ตัวเอง และยึดตามที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด
– อย่ายอมให้คนอื่นบังคับให้คุณใช้ยา
– หลีกเลี่ยงการผสมหรือใช้ยาร่วมกันหลายชนิด หรือถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้องหาข้อมูลความเสี่ยงให้มั่นใจก่อน
– เตือนตัวเองเสมอว่าคุณกำลังใช้อะไรและมากเท่าไหร่แล้ว
– กินอาหารก่อนเริ่มปาร์ตี้ และดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ
– ถ้าจะออกไปสุดเหวี่ยงในค่ำคืนแสนพิเศษ ทิ้งบัตรเอทีเอ็มไว้ที่บ้าน ตั้งลิมิตการใช้เงินของตัวเอง และอย่าลืมเผื่อเงินค่ารถกลับบ้านไว้ด้วย – บอกเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ก่อนว่าคุณกำลังจะทำอะไร
– อย่าขับขี่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์เอง ถ้าคุณคิดว่าคืนนั้นจะไฮแน่ๆ
– ถ้าคุณรู้สึกไฮ แต่ขับรถส่วนตัวมา ให้ทิ้งรถไว้ที่ร้านและกลับบ้านด้วยแท็กซี่ หรือ แกร็บคาร์ แล้วค่อยกลับมาเอารถวันต่อไปเมื่อคุณสร่างเมาแล้ว หรืออาจใช้บริการแอ็ป YouDrinkIDrive ที่จะส่งคนขับมาขับรถส่งคุณกลับบ้านให้
– ตั้งเบอร์เพื่อนสนิทไว้เป็นเบอร์โทรฉุกเฉิน เผื่อไว้ติดต่อให้มารับคุณในวันที่คุณไฮหนักและอยู่คนเดียว ในโทรศัพท์แอปเปิ้ลสามารถตั้งค่าการโทรด่วนไปยังเบอร์โทรฉุกเฉินได้ทันที ถ้าคุณมีโทรศัพท์ไอโฟนก็อย่าลืมใช้ให้คุ้มล่ะ

ถ้าคุณใช้ยาไอซ์ร่วมกับการมีเซ็กส์ คุณอาจปลดล็อกความต้องการทางเพศของตัวเองจนกล้าทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำตอนที่ไม่ได้ใช้ยา หรือกล้าทำสิ่งที่ตัวเองไม่ได้อยากทำจริงๆ เช่น ตอนที่มีสติ ตอง จะรู้ลิมิตตัวเองว่าเขาทนการมีเซ็กส์ได้นานเท่าไหร่ แต่เมื่อใช้ยาไอซ์ ตองกลับลืมเวลา จนเผลอมีเซ็กส์นานกว่าปกติหลายชั่วโมง ซึ่งทำให้ตองเสียงต่อทวารหนักฉีกขาด เลือดออก และอาจติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์และเอชไอวีได้

ยาไอซ์อาจทำให้คุณมีความรู้สึกใกล้ชิดผูกพันธ์กับคนที่คุณมีเซ็กส์ด้วย แต่นั่นไม่ใช่ความรู้สึกของคุณจริงๆ สำหรับหลายคนที่ใช้ยาไอซ์ร่วมกับเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้การมีเซ็กส์ปกติโดยไม่ใช้ยาเป็นเรื่องยาก พวกเขาเสพติดการไฮขณะมีเซ็กส์ หรือติดการมีเซ็กส์ระหว่างไฮ ซึ่งไม่ใช่แค่ “ติดเซ็กส์” หรือ “ติดยา”

ถ้าคุณมักเข้าร่วมไฮฟันและไม่ได้สวมถุงยางบ่อยๆ คุณควรพิจารณาการกินยาเพร็พ (PrEP) ซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ หาข้อมูลเรื่องยาเพร็พได้ที่นี่

ผลของการใช้ไอซ์ร่วมกับยาอื่น ๆ เช่น ยาที่ซื้อตามร้านขายยา หรือยาที่แพทย์สั่งจ่าย ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และเป็นเรื่องอันตราย อาการที่พบรายงานแล้ว ได้แก่ แอมเฟตามีน + ยาต้านเศร้า หรือแอลกอฮอล์/กัญชา/ยาเบนโซ โอ้โห! แอมเฟตามีนก็เป็นสารกระตุ้นร่างกายอยู่แล้ว พอใช้ร่วมกับยากลุ่มกดประสาทยิ่งเพิ่มโอกาสของโรคหัวใจล้มเหลวหรือเส้นเลือดในสมองอุดตัน ทำให้ร่างกายตึงเครียดอย่างมาก เพราะจะต้องปรับตัวกับการแย่งกันส่งข้อมูลจากฤทธิ์ยาสองประเภท จนเพิ่มผลข้างเคียงและทำให้เสพยาเกินขนาดได้

ถ้าคุณกินยาเพร็พที่มียาในกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) ร่วมกับเสพยาไอซ์ อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ คุณควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดรวมถึงปรับขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

ถ้าคุณกินยาเป๊บที่มียาในกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) ร่วมกับเสพยาไอซ์ อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ คุณควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดรวมถึงปรับขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

คุณมีผลเลือดบวกและกินยาต้านไวรัสกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) และใช้ยาไอซ์หรือสารจำพวกแอมเฟตามีนอยู่หรือเปล่า? ยาต้านกลุ่มนี้อาจทำให้การออกฤทธิ์ของยาไอซ์ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่การโอเวอร์โดสและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ถ้าคุณเป็นผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีและใช้สารเสพติด ควรปรึกษาและตรวจสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

รู้สึกแย่มากไหมช่วงนี้? ถ้าการใช้ยาไอซ์ของคุณเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว ความสามารถในการทำงานหรือเรียน หรือกระทั่งเงินในกระเป๋า นี่อาจถึงเวลาที่จะต้องติดต่อคนที่ช่วยคุณได้แล้ว มีวิธีบำบัดมากมาย และมีหลายองค์กรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่คุณและคนรอบข้าง ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการควบคุม ลด หรือเลิกการใช้ยา ขอแค่คุณเรียกหา ก็จะมีคนช่วยเสมอ

การถอนยาไอซ์หลังจากเสพมานานเป็นเรื่องยาก ร่างกายจะต้องปรับตัวอย่างมากในการทำงานโดยไม่ใช้ยากระตุ้นอีก อาการถอนยาอาจเกิดนานกว่าสัปดาห์ หลังหยุดยาหนึ่งเดือนคุณอาจมีอาการ ดังนี้
– อยากยา
– ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
– ความคิดสับสน อารมณ์แปรปรวน
– เจ็บปวดตามตัว
– เหนื่อยล้า
– นอนไม่หลับ ฝันร้าย
– วิตกกังวล ซึมเศร้า และหวาดระแวง

ถ้าคุณกังวลใจเกี่ยวกับการติดยาเสพติดหรือมีปัญหาสุขภาพจิตที่เกี่ยวกับการใช้สารเสพติด อย่าเก็บไว้คนเดียว คุยกับผู้เชี่ยวชาญดีกว่า ไม่ว่าจะโทรเพื่อขอคำปรึกษาด้านจิตใจ ในกรณีที่คุณมีความคิดฆ่าตัวตาย หรือเกิดความเครียด หรือเพียงต้องการหาข้อมูลเบื้องต้นของบริการด้านสุขภาพที่เหมาะกับคุณต่อไป ก็สามารถโทรได้ ฟรี และข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ

ค้นหาสายด่วนให้ข้อมูลและคำปรึกษา 

ศูนย์ลดอันตราย หรือศูนย์ดรอป-อินมีบริการที่ช่วยลดภาวะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาได้ เช่น บริการเข็มฉีดยาสะอาด และถ้าคุณมีเป้าหมายในการลดการใช้ยา ศูนย์ดรอปอินเหล่านี้ก็ช่วยคุณได้ แน่ใจได้เลยว่าคุณจะได้รับบริการในพื้นที่ปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมิตรและพร้อมสนับสนุนคุณเสมอ

ค้นหาสถานบริการด้านการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด

ถ้าคุณกำลังมองหาบริการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ มีสถานพยาบาลจำนวนมากที่พร้อมสนับสนุนให้คุณบรรลุเป้าหมายในการลด ละ เลิกใช้ยา โดยมีทั้งบริการแบบผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการ การถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการติดตามผล

ค้นหาสถานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ

การตรวจเลือดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ สามเดือนเป็นเรื่องสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ testBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆ จากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง และคุณสามารถจองคิวตรวจเลือดล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องรอคิว ได้รับการตรวจที่รวดเร็ว เป็นความลับ และไม่ต้องเปิดเผยตัวตน

จองคิวตรวจกับคลินิกที่ร่วมกับ testBKK

ข้อมูลในเว็บไซต์ TestBKK เป็นเพียงข้อมูลแนะนำทั่วไปเท่านั้น  ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้าต้องการคำแนะนำเรื่องยาอี คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ