ยาเค

เคตามีน หรือยาเค เป็นยาที่แพทย์และสัตวแพทย์ใช้เป็นยาสลบ ออกฤทธิ์หลอนประสาททำให้ผู้ใช้มองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รับรู้รส หรือสัมผัสสิ่งต่าง ๆ แตกต่างไปจากความเป็นจริง ยาเคที่ถูกนำไปขายอย่างผิดกฎหมายมักอยู่ในรูปผลึกสีขาว หรือผลิตในรูปแบบเม็ด ขายเป็นเม็ดหรือละลายในของเหลว

ยาเคเสพโดยการกลืน หรือสูดดม บางครั้งอาจใช้สูบผสมกับกัญชาหรือยาสูบ

การใช้ยาหรือสารใดๆ ไม่มีระดับที่ ปลอดภัย การใช้สารทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงต้องระมัดระวังเมื่อใช้เสมอ โดยเฉพาะยาที่ผิดกฎหมาย ยาเคจะออกฤทธิ์แทบจะทันทีหากฉีดเข้าเส้นเลือด และใช้เวลาออกฤทนานขึ้นหากเสพโดยการสูบ สูดดม หรือกลืน การออกฤทธิ์ของยาเคในแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
– น้ำหนักตัวของผู้ใช้
– สุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ใช้
– ความถี่ของการใช้
– การใช้ร่วมกับยาหรือสารตัวอื่น เช่น ยาที่แพทย์สั่งจ่าย
– ปริมาณที่ใช้
– ความบริสุทธิ์ของยา (ซึ่งยาผิดกฎหมายมักไม่มีมาตรฐาน)

ยาเคออกฤทธิ์นานตั้งแต่หลายนาทีจนหลายชั่วโมง ผลต่อผู้ใช้ในระยะแรกมีดังนี้
– เพิ่มความสุข
– รู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง
– ความคิดช้า งุ่มง่าม ปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างและความเจ็บปวดลดลง
– เคลื่อนไหวตัวช้า
– กลืนหรือหายใจลำบาก
– ประสาทหลอน
– เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และ/หรือ ความดันโลหิต
– วิตกกังวล ตื่นตระหนก อาการเหล่านี้เรียกกันทั่วไปว่า ตกหลุม K หากคุณเห็นใครอยู่ในอาการตกหลุม K ควรพาเขาไปยังพื้นที่เงียบๆ ห่างจากแสงไฟจ้า และพูดปลอบให้เขาสงบลง ย้ำว่าเขาจะไม่เป็นอะไร

การใช้ยาเคเป็นประจำติดต่อกันเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้ผู้ใช้มีอาการดังนี้
– ปวดหัว
– อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยน
– ซึมเศร้า
– สมาธิสั้น ความจำเสื่อม
– ปวดท้อง
– เสพติดยา โรค Ketamine bladder การเสพยาเคซ้ำๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า Ketamine bladder คือ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และเกิดแผลในกระเพาะปัสสาวะ คนที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการกลั้นปัสสาวะควรหยุดใช้ยาเค และควรปรึกษาแพทย์ทันที

ช่วงที่ยาเคหมดฤทธิ์จะทำให้คุณรู้สึกค่อนข้างแย่ คุณจะรู้สึกไปสารพัด แต่อย่าเพิ่งคิดว่าชีวิตถึงจุดจบแล้ว จิตใจคุณแค่อยู่ในช่วง “ขาลง” และความรู้สึกแย่ต่างๆ ก็จะค่อยๆ หายไปตามเวลา เมื่อยาเคเริ่มหมดฤทธิ์ คุณอาจมีอาการ
– สูญเสียความทรงจำ
– การตัดสินใจผิดพลาด
– งุนงงสับสน
– งุ่มง่าม
– ปวดตามตัว
– ซึมเศร้า
ร่างกายของคุณก็เจอศึกหนักเหมือนกัน ดังนั้นคุณก็ควรดูแลตัวเองบ้าง เรามีข้อแนะนำมาฝาก
– กินอาหารให้อิ่มก่อนจะใช้ยาช่วยได้ และกินรองท้องเรื่อยๆ ด้วย
– เช็คให้แน่ใจว่าตุนอาหารสำรองไว้ในตู้เย็นสำหรับตอนปาร์ตี้หรือตอนที่ดาวน์แล้ว ยังไงสารอาหารก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย
– อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ คุณต้องดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ
– วางแผนลางานเผื่อไว้สักหนึ่งถึงสองวัน ให้ร่างกายได้พักพื้นจากฤทธิ์ยา จะได้ไม่ทำให้งานเสียหาย
– ถ้าคุณกินยาต้านเอชไอวีหรืออยู่ในช่วงกินยา PrEP หรือยา PEP อย่าลืมตั้งเวลากินยาในโทรศัพท์เผื่อกันลืม และถ้าต้องออกไปปาร์ตี้นอกบ้านหลายวันก็เช็คให้แน่ใจว่าเอายาไปด้วยครบ
– ดูแลตัวเองให้ดี ทำตัวให้สบายและปลอดภัยด้วย แช่น้ำอุ่นๆ ออกไปเที่ยวกับเพื่อน นอนพักผ่อนหรือดูรายการตลกๆ ทางทีวีบ้าง
– ผ่อนคลายด้วยดนตรีสบายๆ เพลย์ลิสต์นี้ก็ฟังสบายสมัยคุณพ่อยังหนุ่มดีนะ ลองฟังสิ [https://www.youtube.com/watch?v=QKYKXr4WIGI]
– ในช่วงที่ยาเริ่มหมดฤทธิ์ บางครั้งคุณจะรู้สึกอ่อนไหวง่าย จำไว้ว่าคุณร้องไห้ได้ และการร้องไห้จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้บ้างด้วย

ความปลอดภัยที่สุดคือการไม่ใช้ยาเลย โอเคไหม? แต่ถ้าพูดกันตามจริง หลายคนก็ใช้ยากันอยู่ บางคนใช้แล้วสนุก แต่อีกหลายคนใช้แล้วมีปัญหาหลายอย่างทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ หน้าที่ การงาน สภาพการเงิน หรือทั้งหมดที่กล่าวมา บางคนก็ใช้จนถึงขั้นเสพติด ถ้าปล่อยไว้ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้น ถ้าคุณคิดจะใช้ยาหรือสารใดๆ ก็ต้องใช้ให้ปลอดภัย คุณเลือกเองว่าจะนำสารใดเข้าสู่ร่างกาย แต่ไม่ว่าจะเลือกอะไร ก็ต้องแน่ใจว่ามีความปลอดภัย และให้มีผลกระทบต่อตัวเองและผู้อื่นน้อยที่สุด เราจึงมีข้อแนะนำมาให้คุณ
– กำหนดขอบเขตให้ตัวเอง และยึดตามที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด – อย่ายอมให้คนอื่นบังคับให้คุณใช้ยา
– หลีกเลี่ยงการผสมหรือใช้ยาร่วมกันหลายชนิด หรือถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้องหาข้อมูลความเสี่ยงให้มั่นใจก่อน
– เตือนตัวเองเสมอว่าคุณกำลังใช้อะไรและมากเท่าไหร่แล้ว
– กินอาหารก่อนเริ่มปาร์ตี้ และดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ
– ถ้าจะออกไปสุดเหวี่ยงในค่ำคืนแสนพิเศษ ทิ้งบัตรเอทีเอ็มไว้ที่บ้าน ตั้งลิมิตการใช้เงินของตัวเอง และอย่าลืมเผื่อเงินค่ารถกลับบ้านไว้ด้วย
– บอกเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ก่อนว่าคุณกำลังจะทำอะไร
– อย่าขับขี่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์เอง ถ้าคุณคิดว่าคืนนั้นจะไฮแน่ๆ
– ถ้าคุณรู้สึกไฮ แต่ขับรถส่วนตัวมา ให้ทิ้งรถไว้ที่ร้านและกลับบ้านด้วยแท็กซี่ หรือ แกร็บคาร์ แล้วค่อยกลับมาเอารถวันต่อไปเมื่อคุณสร่างเมาแล้ว หรืออาจใช้บริการแอ็ป YouDrinkIDrive ที่จะส่งคนขับมาขับรถส่งคุณกลับบ้านให้ 
– ตั้งเบอร์เพื่อนสนิทไว้เป็นเบอร์โทรฉุกเฉิน เผื่อไว้ติดต่อให้มารับคุณในวันที่คุณไฮหนักและอยู่คนเดียว ในโทรศัพท์แอปเปิ้ลสามารถตั้งค่าการโทรด่วนไปยังเบอร์โทรฉุกเฉินได้ทันที ถ้าคุณมีโทรศัพท์ไอโฟนก็อย่าลืมใช้ให้คุ้มล่ะ

ยาเคมักถูกใช้ในฝ่ายรับมากกว่าฝ่ายรุก ด้วยฤทธิ์ของยาเคที่ทำให้ผ่อนคลายและมึนชา อาจทำให้คุณมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงขึ้นกว่าปกติ จนทำให้เกิดแผล และเลือดออกในทวารหนัก เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบซี นอกจากนี้ คุณอาจปลดล็อกความต้องการทางเพศของตัวเองจนกล้าทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำตอนที่ไม่ได้ใช้ยาเสพติด หรือทำสิ่งที่ตัวเองไม่ได้อยากทำจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น โอม ในตอนที่มีสติจะเช็คตลอดว่าผู้ชายที่จะเอาเขาต้องใส่ถุงยางตลอด แต่เมื่อใช้ยา โอมกลับยอมให้ใครก็ไม่รู้สอดใส่และปล่อยน้ำข้างในโดยไม่ได้ป้องกัน ทำให้โอมเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์และเอชไอวี ถ้าคุณมักเข้าร่วมไฮฟันและไม่ได้สวมถุงยางบ่อยๆ คุณควรพิจารณาการกินยาเพร็พ (PrEP) ซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ หาข้อมูลเรื่องยาเพร็พได้ที่นี่

ยาเค + แอลกอฮอล์ หรือ สารอนุพันธ์ของฝิ่น อาจทำให้ไม่รู้ปริมาณของสารกดประสาทที่เสพเข้าไปจนอาจทำให้ใช้ยาเกินขนาดได้ อาการของการเสพยาเกินขนาด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นช้า หายใจช้า ซึ่งอาจทำให้อยู่ในสภาพโคม่าและเสียชีวิตได้ ยาเค + แอมเฟตามีน ยาอี หรือโคเคน ทำให้ร่างกายทำงานหนัก หัวใจเต้นเร็ว อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และ/หรือ เส้นเลือดในสมองอุดตันได้

ถ้าคุณกินยาเพร็พที่มียาในกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) หรือยาต้าน Efavirenz (EFV), Etravirine (ETV) และ Nevirapine (NVP) ในกลุ่ม NNRTIs ร่วมกับเสพยาเค อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ คุณควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดรวมถึงปรับขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

ถ้าคุณกินยาเป๊บที่มียาในกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) หรือยาต้าน Efavirenz (EFV), Etravirine (ETV) และ Nevirapine (NVP) ในกลุ่ม NNRTIs ร่วมกับเสพยาเค อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ คุณควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดรวมถึงปรับขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

ถ้าคุุณมีผลเลือดบวกและกินยาต้านไวรัสกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) และยาต้าน Efavirenz (EFV), Etravirine (ETV) และ Nevirapine (NVP) ในกลุ่ม NNRTI ร่วมกับยาเค อาจเพิ่มขนาดยาเคในเลือด ซึ่งทำให้เกิดอาการข้างเคียงร้ายแรง เช่น กดการหายใจ หมดสติ หรือประสาทหลอน ถ้าคุณเป็นผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีและใช้สารเสพติด ควรปรึกษาและตรวจสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

คุณใช้ยาเคจนรู้สึกมากกว่าแค่ง่วงนอนหรือเปล่า? ถ้าการใช้ยาเคของคุณเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว ความสามารถในการทำงานหรือเรียน หรือกระทั่งเงินในกระเป๋า นี่อาจถึงเวลาที่จะต้องติดต่อคนที่ช่วยคุณได้แล้ว มีวิธีบำบัดมากมาย และมีหลายองค์กรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่คุณและคนรอบข้าง ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการควบคุม ลด หรือเลิกการใช้ยา ขอแค่คุณเรียกหา ก็จะมีคนช่วยเสมอ

การถอนยาเคหลังจากที่เสพมานานเป็นเรื่องค่อนข้างยาก อาการถอนยาจะอยู่ได้นาน 4 ถึง 6 วัน อาการที่พบได้แก่
– ไม่อยากอาหาร
– เหนื่อยล้า
– กระสับกระส่าย ตัวสั่น
– ฝันร้าย วิตกกังวล และซึมเศร้า

ถ้าคุณกังวลใจเกี่ยวกับการติดยาเสพติดหรือมีปัญหาสุขภาพจิตที่เกี่ยวกับการใช้สารเสพติด อย่าเก็บไว้คนเดียว คุยกับผู้เชี่ยวชาญดีกว่า ไม่ว่าจะโทรเพื่อขอคำปรึกษาด้านจิตใจ ในกรณีที่คุณมีความคิดฆ่าตัวตาย หรือเกิดความเครียด หรือเพียงต้องการหาข้อมูลเบื้องต้นของบริการด้านสุขภาพที่เหมาะกับคุณต่อไป ก็สามารถโทรได้ ฟรี และข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ

ค้นหาสายด่วนให้ข้อมูลและคำปรึกษา 

ศูนย์ลดอันตราย หรือศูนย์ดรอป-อินมีบริการที่ช่วยลดภาวะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาได้ เช่น บริการเข็มฉีดยาสะอาด และถ้าคุณมีเป้าหมายในการลดการใช้ยา ศูนย์ดรอปอินเหล่านี้ก็ช่วยคุณได้ แน่ใจได้เลยว่าคุณจะได้รับบริการในพื้นที่ปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมิตรและพร้อมสนับสนุนคุณเสมอ

ค้นหาสถานบริการด้านการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด

ถ้าคุณกำลังมองหาบริการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ มีสถานพยาบาลจำนวนมากที่พร้อมสนับสนุนให้คุณบรรลุเป้าหมายในการลด ละ เลิกใช้ยา โดยมีทั้งบริการแบบผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการ การถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการติดตามผล

ค้นหาสถานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ

การตรวจเลือดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ สามเดือนเป็นเรื่องสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ testBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆ จากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง และคุณสามารถจองคิวตรวจเลือดล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องรอคิว ได้รับการตรวจที่รวดเร็ว เป็นความลับ และไม่ต้องเปิดเผยตัวตน

จองคิวตรวจกับคลินิกที่ร่วมกับ testBKK

ข้อมูลในเว็บไซต์ TestBKK เป็นเพียงข้อมูลแนะนำทั่วไปเท่านั้น  ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้าต้องการคำแนะนำเรื่องยาอี คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ