ยาบ้า

ส่วนประกอบสำคัญในยาบ้าคือ แอมเฟตามีน (Amphetamines) เป็นสารกระตุ้นที่เร่งความเร็วการส่งสารเคมีระหว่างสมองกับร่างกาย พบในรูปแบบดังนี้

ยาบ้า 
มีทั้งแบบผงแป้ง และเม็ดกลม เล็ก คล้ายกับยาทั่วไป มีหลายสี แต่สีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือสีส้มและสีเขียว ปั๊มสัญลักษณ์ต่างๆ ตามผู้ผลิต ยาบ้าแต่ละล็อตมีคุณภาพและความแรงของยาไม่คงที่ แต่มักผสมสารเคมีหลากชนิดเข้ากับสารตั้งต้น คุณจึงไม่รู้ว่ายาที่คุณได้มีสารอะไรผสมอยู่บ้าง

เบส
เบส คือสารตั้งต้นของยาบ้า แรงกว่ายาบ้าแบบผงมาก มีลักษณะเป็นน้ำมันเหนียวข้น รสชาติขมติดปลายลิ้นอย่างรุนแรง

ชื่อเรียกอื่นๆ : สปีด ยาม้า ยาขยัน ยาแก้ง่วง ตัวใหญ่ แอมเฟตามีน ขนม อรนภา

การเสพยาบ้าทำได้หลายวิธีมาก ทั้งกลืนแบบเม็ด ละลายในน้ำดื่ม ฉีด สูบ หรือสูดผงเข้าจมูก 

การใช้ยาเสพติดหรือสารเสพติดใดๆ ไม่มีระดับที่ปลอดภัย  การใช้สารเสพติดทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงต้องระมัดระวังเมื่อใช้เสมอ โดยเฉพาะยาที่ผิดกฎหมาย แอมเฟตามีนจะออกฤทธิ์แทบจะทันทีหากฉีดเข้าเส้นเลือด และใช้เวลานานขึ้นหากเสพโดยการสูบ สูดผงเข้าจมูก หรือกลืน การออกฤทธิ์ของยาบ้าในแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

  • น้ำหนักตัวของผู้ใช้           
  • สุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ใช้
  • ความถี่ของการใช้
  • การใช้ร่วมกับยาเสพติดหรือสารตัวอื่น เช่น ยาที่แพทย์สั่งจ่าย
  • ปริมาณที่ใช้
  • ความบริสุทธิ์ของยา (ซึ่งยาผิดกฎหมายมักไม่มีมาตรฐาน )

แอมเฟตามีนในยาบ้าออกฤทธิ์อยู่ประมาณ 3-8 ชั่วโมง อาการของผู้ใช้ยาบ้าในระยะสั้น ได้แก่

  • มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา
  • มีแรงกำลังมาก ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
  • รู้สึกเคลิบเคลิ้ม
  • การยับยั้งชั่งใจน้อยลง
  • รูม่านตาขยาย
  • ปากแห้ง หรือซีด
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ไม่อยากอาหาร
  • เหงื่อออกเยอะ
  • ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น

การเสพโดยการสูดยาเข้าจมูกแม้เพียงครั้งเดียวก็ทำให้โพรงจมูกถูกทำลายและเลือดกำเดาไหลได้

การเสพยาบ้าเป็นเวลานานทำให้สุขภาพเสียในระยะยาว อาการที่พบ ได้แก่

  • ความอยากอาหารลดลง
  • น้ำหนักลดลงมาก ซูบผอม
  • นอนไม่หลับ
  • มีปัญหาในช่องปากเรื้อรัง มีกลิ่นปาก
  • ไม่มีสมาธิ ไม่อยู่นิ่ง
  • ปัญหาระบบทางเดินหายใจ
  • กล้ามเนื้อตึง
  • วิตกกังวล หวาดระแวง
  • ซึมเศร้า
  • การทำงานของตับและไตแย่ลง
  • เสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน
  • เสพติดยา

แอมเฟตามีนจะกระตุ้นการทำงานของสารเคมีในสมองอย่างรุนแรงจนอาจทำให้สมองบางส่วนเสียหายจากการทำงานหนัก เมื่อเสพยาครั้งต่อไป ผู้ใช้อาจต้องใช้ยาบ้ามากขึ้นเพื่อให้ได้ผลเท่าเดิม จนถึงขั้นเสพติดยาในที่สุด  ความช่วยเหลือจากที่นี่ดู

ถ้าคุณอยากปลอดภัยก็ต้องไม่ใช้ยาเลย โอเคไหม? แต่ถ้าพูดกันตามจริง หลายคนก็ใช้ยากันอยู่ บางคนใช้แล้วสนุก แต่อีกหลายคนใช้แล้วมีปัญหาหลายอย่างทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ หน้าที่ การงาน สภาพการเงิน หรือทั้งหมดที่กล่าวมา ถ้าปล่อยไว้ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้น ถ้าคุณคิดจะใช้ยาหรือสารใดๆ ก็ต้องใช้ให้ปลอดภัย คุณเลือกเองว่าจะนำสารใดเข้าสู่ร่างกาย แต่ไม่ว่าจะเลือกอะไร ก็ต้องแน่ใจว่ามีความปลอดภัย และให้มีผลกระทบต่อตัวเองและผู้อื่นน้อยที่สุด  

เรามีข้อแนะนำมาให้คุณ

  • กำหนดขอบเขตให้ตัวเอง และยึดตามที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด
  • อย่ายอมให้คนอื่นบังคับให้คุณใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงการผสมหรือใช้ยาร่วมกันหลายชนิด หรือถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้องหาข้อมูลความเสี่ยงให้มั่นใจก่อน
  • เตือนตัวเองเสมอว่ากำลังใช้อะไรและมากเท่าไหร่แล้ว
  • กินอาหารก่อนเริ่มปาร์ตี้ และดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ
  • บอกเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ก่อนว่าคุณกำลังจะทำอะไร
  • อย่าขับขี่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์เอง ถ้าคุณคิดว่าคืนนั้นจะไฮแน่ๆ
  • ถ้าคุณรู้สึกไฮ แต่ขับรถส่วนตัวมา ให้ทิ้งรถไว้ที่ร้านและกลับบ้านด้วยแท็กซี่ หรือ แกร็บคาร์ แล้วค่อยกลับมาเอารถวันต่อไปเมื่อคุณสร่างเมาแล้ว หรืออาจใช้บริการแอ็ป YouDrinkIDrive ที่จะส่งคนขับมาขับรถส่งคุณกลับบ้านให้
  • ตั้งเบอร์เพื่อนสนิทไว้เป็นเบอร์โทรฉุกเฉิน เผื่อไว้ติดต่อให้มารับคุณในวันที่คุณไฮหนักและอยู่คนเดียว ในโทรศัพท์แอปเปิ้ลสามารถตั้งค่าการโทรด่วนไปยังเบอร์โทรฉุกเฉินได้ทันที ถ้าคุณมีโทรศัพท์ไอโฟนก็อย่าลืมใช้ให้คุ้มล่ะ 
 

อาการทางจิตจากการใช้แอมเฟตามีน
การใช้แอมเฟตามีนปริมาณมากอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดอาการทางจิตจากการใช้ยาได้ อาการที่พบเช่น หวาดระแวง ประสาทหลอน ก้าวร้าว คลุ้มคลั่ง อาการเหล่านี้มักหายไปเมื่อหยุดใช้ยาไปสักระยะและนอนหลับให้เพียงพอ

ยังไม่มีรายงานปฏิกิริยาระหว่างยาเพร็พกับยาบ้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

ถ้าคุณกินยาเป๊บที่มียาในกลุ่ม PI (Protease Inhibitors) ร่วมกับเสพแอมเฟตามีน อาจทำให้ยาเกิดปฏิกิรยาต่อกันและส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้ คุณควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดรวมถึงปรับขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง

คุณมีผลเลือดบวกและกินยาต้านไวรัส Elvitegravir, Cobicistat, Ritonavir และยากลุ่ม PI (Protease Inhibitors) อื่นๆ ร่วมกับใช้ยาบ้าอยู่หรือเปล่า? ยาต้านกลุ่มนี้เสริมการออกฤทธิ์ของแอมเฟตามีนในกระแสเลือดขึ้น 2-3 เท่า นำไปสู่การน๊อคยาและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

ถ้าคุณเป็นผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีและใช้สารเสพติด ควรปรึกษาและตรวจสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆจากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง 

รู้สึกแย่มากไหมช่วงนี้? ถ้าการใช้ยาบ้าของคุณเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว ความสามารถในการทำงานหรือเรียน หรือกระทั่งเงินในกระเป๋า นี่อาจถึงเวลาที่จะต้องหาตัวช่วยแล้ว 

มีวิธีบำบัดมากมาย และมีหลายองค์กรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่คุณและคนรอบข้าง ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการควบคุม ลด หรือเลิกการใช้ยา ขอแค่คุณเรียกหา ก็จะมีคนช่วยเสมอ 

ถ้าคุณกังวลใจเกี่ยวกับการติดยาเสพติดหรือมีปัญหาสุขภาพจิตที่เกี่ยวกับการใช้สารเสพติด อย่าเก็บไว้คนเดียว คุยกับผู้เชี่ยวชาญดีกว่า ไม่ว่าจะโทรเพื่อขอคำปรึกษาด้านจิตใจ ในกรณีที่คุณมีความคิดฆ่าตัวตาย หรือเกิดความเครียด หรือเพียงต้องการหาข้อมูลเบื้องต้นของบริการด้านสุขภาพที่เหมาะกับคุณต่อไป ก็สามารถโทรได้ ฟรี และข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ

ค้นหาสายด่วนให้ข้อมูลและคำปรึกษา 

ศูนย์ลดอันตราย หรือศูนย์ดรอป-อินมีบริการที่ช่วยลดภาวะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาได้ เช่น บริการเข็มฉีดยาสะอาด และถ้าคุณมีเป้าหมายในการลดการใช้ยา ศูนย์ดรอปอินเหล่านี้ก็ช่วยคุณได้ แน่ใจได้เลยว่าคุณจะได้รับบริการในพื้นที่ปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมิตรและพร้อมสนับสนุนคุณเสมอ

ค้นหาสถานบริการด้านการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด

ถ้าคุณกำลังมองหาบริการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ มีสถานพยาบาลจำนวนมากที่พร้อมสนับสนุนให้คุณบรรลุเป้าหมายในการลด ละ เลิกใช้ยา โดยมีทั้งบริการแบบผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการ การถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการติดตามผล

ค้นหาสถานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ

การตรวจเลือดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ สามเดือนเป็นเรื่องสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ ถ้าคุณไปที่คลินิกที่ร่วมกับ testBKK เราขอรับรองว่าคุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆ จากการเปิดเผยประวัติการใช้ยาของตัวเอง และคุณสามารถจองคิวตรวจเลือดล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องรอคิว ได้รับการตรวจที่รวดเร็ว เป็นความลับ และไม่ต้องเปิดเผยตัวตน

จองคิวตรวจกับคลินิกที่ร่วมกับ testBKK

การถอนยาบ้าหลังเสพมานานเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ร่างกายจะต้องปรับตัวอย่างมากต่อการใช้ชีวิตที่ไม่พึ่งยาอีก อาการของการถอนยาบ้าอาจเกิดนานกว่าสัปดาห์  หลังหยุดยาหนึ่งเดือนคุณอาจมีอาการ ดังนี้

  • อยากยา
  • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • ความคิดสับสน อารมณ์แปรปรวน
  • ปวดตามตัว
  • หมดแรง
  • นอนไม่หลับ ฝันร้าย
  • วิตกกังวล ซึมเศร้า และหวาดระแวง

ข้อมูลในเว็บไซต์ TestBKK เป็นเพียงข้อมูลแนะนำทั่วไปเท่านั้น  ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้าต้องการคำแนะนำเรื่องยาอี คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ