ยินดีต้อนรับสู่เทส์ตบีเคเค (TestBKK)

ไม่ว่าจะคุณจะโสด  มีคนใหม่  รักเดียวใจเดียว หรือมีคู่หลายคน ไม่ว่าจะอมหรือเอา สุขภาพทางเพศเป็นสิ่งที่คุณควรจะดูแลและให้ความสนใจ

นอกจากการใช้ถุงยางและเจลหล่อลื่นชนิดน้ำแล้ว การตรวจเอชไอวี (HIV) และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆเป็นประจำคือเรื่องที่สำคัญที่สุด
การตรวจหาเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆตั้งแต่เนิ่นๆนั้นเพิ่มโอกาสในการรักษาระบบภูมิคุ้มกันของเราให้แข็งแรงไว้ได้  และด้วยการรักษาที่ก้าวหน้าและยาต้านไวรัสในปัจจุบัน  สามารถทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีสุขภาพที่ดีได้เช่นกัน

เทส์ตบีเคเค เราพร้อมที่จะให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการตรวจเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณและคู่ของคุณ
ความจริงคือ การเมินเฉยไม่สนใจเรื่องเอชไอวีไม่ได้ทำให้โรคนี้หายไป ถ้าคุณยังมีเพศสัมพันธ์ (อมหรือเอา) คุณก็ควรตรวจอย่างสม่ำเสมอ
เราควรจะตรวจบ่อยแค่ไหน? นั่นขึ้นอยู่กับคุณว่ามีเซ็กส์บ่อยแค่ไหน ไม่ว่าจะยังไงเราแนะนำว่าตรวจทุกๆ 3 – 6 เดือน
การตรวจเป็นเรื่องง่ายๆที่ไม่ยุ่งยาก : อม เอา ตรวจ ซ้ำ

อ่านต่อ…

1

สถานที่ตรวจ

ตรวจเลือดนั้นง่ายและเป็นความลับ ลองเลือกคลีนิคที่เป็นมิตรกับเกย์ใกล้บ้านคุณจากลิสต์ข้างล่างนี้เพื่อรับการตรวจเลือดฟรีและรับคำปรึกษาการรับบริการเรื่องยาเพร็พและยาต้านฉุกเฉิน

มูลนิธิเพื่อนพนักงานการบริการ
*คลีนิคนี้จัดสำหรับผู้ทำงานสถานบันเทิง (ให้บริการทางเพศ) เท่านั้น

อาคารพัฒพงศ์ 3 ชั้น 5
ซอยพัฒพงศ์ 1 ถนนสุรวงศ์ บางรัก
กรุงเทพฯ 10500

โทร
+662 632 9501-2
อีเมล์
เว็ปไซด์
เวลาทำการ เปิด-ปิด

พุธถึงศุกร์ เวลา 13.00 – 17.00น.

หมายเหตุ

มียาเพร็บ(PrEP) ที่นี่

คลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด

ชั้น12 โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ถนนราชวิถี เขตราชเทวี
กรุงเทพมหานคร 10400

โทร
+668 5123 8738
อีเมล์
เว็ปไซด์
เวลาทำการ เปิด-ปิด

- เปิดบริการวันอังคาร - เสาร์ เวลา 16.00 - 21.00น.

สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย (RSAT)

รามคำแหง 97/2 หัวหมาก บางกะปิ
กรุงเทพฯ 10240

โทร
+662 731 6217, +668 7932 3038
อีเมล์
เว็ปไซด์
เวลาทำการ เปิด-ปิด

- จันทร์, พฤหัสบดี และศุกร์ เวลา 15.00-21.00น.
- เสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.00-18.00น.

หมายเหตุ

ยาต้านฉุกเฉิน(เป็น)และยาเพร็พมีที่นี่

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์สภากาชาดไทย

104 ถนนราชดำริ ปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330

โทร
+662 256 4107-9
อีเมล์
เว็ปไซด์
เวลาทำการ เปิด-ปิด

- จันทร์ - ศุกร์ เวลา 7.30 - 16.00น.
- เสาร์ เวลา 7.30 - 15.00น.

หมายเหตุ

ยาต้านฉุกเฉิน(เป็น)และยาเพร็พมีที่นี่

คลินิกนอกกรุงเทพ
2

สิ่งที่คาดหวัง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตรวจ

การปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้จะทำให้การตรวจนั้นง่ายและข้อมูลของคุณก็จะถูกเก็บเป็นความลับ

สำหรับคนไทย

  1. ลงทะเบียนและรับคำปรึกษาก่อนตรวจ

    • รับบัตรคิวจากพนักงาน
    • กรอกเอกสารข้อมูลเบื้องต้น
    • รอพยาบาลขานหมายเลขบัตร จากนั้นพยาบาลจะพาไปยังห้องปรึกษาส่วนตัว
    • พูดคุยกับพยาบาล เพื่อรับคำอธิบายชี้แจงในการรับการตรวจ รวมทั้งข้อกังวลใจที่คุณมีเกี่ยวกับการตรวจเลือด และผลของการตรวจ

    4 วิธีในการเข้ารับการตรวจและการชำระค่าบริการเข้ารับการตรวจ(ขึ้นอยู่กับสถานที่):

    1. คุณสามารถเข้ารับการการตรวจ HIV ได้ที่คลินิกชุมชน ฟรี (บางแห่ง) โดยที่ไม่ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
    2. คุณสามารถเข้ารับการตรวจฟรี ได้ปีละ 2  ครั้ง ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และสำนักงานประกันสังคม โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อเข้ารับการตรวจ
    3. ในคลินิกรัฐระดับท้องถิ่นมีค่าใช้จ่าย 20-2000 บาท
    4. ในคลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชนมีค่าใช้จ่าย 500-1000 บาท
  2. การเจาะเลือดและการตรวจเลือด
    พยาบาลจะทำการเจาะเลือดเล็กน้อยจากข้อพับแขน ใส่ในหลอดเก็บเลือด ซึ่งจะถูกติดหมายเลขที่ไม่ใช้ชื่อของคุณ ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 3 นาที จากนั้นพยาบาลจะส่งเลือดไปตรวจในแล็ป คุณจะได้รับผลตรวจภายใน 30-45 นาที

  3. การรับคำปรึกษาหลังการตรวจและหลังรับผลการตรวจ
    เมื่อได้รับผลการตรวจ พยาบาลจะเรียกคุณมารับคำปรึกษาในห้องส่วนตัวอีกครั้ง เพื่อให้คำปรึกษาและให้คุณได้ทำความเข้าใจกับผลการตรวจ เราเรียกว่า ‘post–test counseling’ เมื่อคุณพร้อม พยาบาลจะบอกผลการตรวจกับคุณ

    ผลการตรวจเลือดมี 3 ประเภท คือ
    1. มีผลเป็นลบ (ไม่มีปฏิกิริยา)
    2. ไม่สามารถระบุผลได้
    3. มีผลเป็นบวก (มีปฏิกิริยา)

    สำหรับชาวต่างชาติ

    1. ลงทะเบียนและรับคำปรึกษาก่อนตรวจ

      • รับบัตรคิวจากพนักงาน
      • กรอกเอกสารข้อมูลเบื้องต้น
      • รอพยาบาลขานหมายเลขบัตร จากนั้นพยาบาลจะพาไปยังห้องปรึกษาส่วนตัว
      • พูดคุยกับพยาบาล เพื่อรับคำอธิบายชี้แจงในการรับการตรวจ รวมทั้งข้อกังวลใจที่คุณมีเกี่ยวกับการตรวจเลือด และผลของการตรวจ

      **ค่าลงทะเบียน 200 บาท

    2. การเจาะเลือดและการตรวจเลือด
      พยาบาลจะทำการเจาะเลือดเล็กน้อยจากข้อพับแขน ใส่ในหลอดเก็บเลือด ซึ่งจะถูกติดหมายเลขที่ไม่ใช้ชื่อของคุณ ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 3 นาที จากนั้นพยาบาลจะส่งเลือดไปตรวจในแล็ป คุณจะได้รับผลตรวจภายใน 30-45 นาที

    3. การรับคำปรึกษาหลังการตรวจและหลังรับผลการตรวจ
      เมื่อได้รับผลการตรวจ พยาบาลจะเรียกคุณมารับคำปรึกษาในห้องส่วนตัวอีกครั้ง เพื่อให้คำปรึกษาและให้คุณได้ทำความเข้าใจกับผลการตรวจ เราเรียกว่า ‘post–test counseling’ เมื่อคุณพร้อม พยาบาลจะบอกผลการตรวจกับคุณผลการตรวจเลือดมี 3 ประเภท คือ

      1. มีผลเป็นลบ (ไม่มีปฏิกิริยา)
      2. ไม่สามารถระบุผลได้
      3. มีผลเป็นบวก (มีปฏิกิริยา)

      ขึ้นอยู่กับผลการตรวจ พยาบาลจะอธิบายถึงขั้นตอนต่อไปที่เหมาะสมกับผลการตรวจ อย่างไรก็ตามคุณจะได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับการลดความเสี่ยงรวมถึงวิธีการมีเพศสัมพันธ์ อย่างปลอดภัย และสุขภาพสุขเพศของคุณ

3

ผลลัพธ์

ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์

มีผลเป็นบวก (มีปฏิกิริยา):

ผลการตรวจ HIV มาตรฐาน ต้องใช้ผลการตรวจ 2-3 ชุด ซึ่งแต่ละชุดอุปกรณ์การตรวจจะใช้วิธีการตรวจที่ไม่เหมือนกันสำหรับการตรวจเลือดคนเดียว ตามระเบียบการตรวจ HIV ถ้าการตรวจครั้งแรกออกมามีผลเป็นบวก เลือดที่เจาะในครั้งแรกจะถูกตรวจซ้ำอีก ครั้งที่ 2 และ ครั้งที่ 3   "ผลเป็นบวก" จะชี้ชัดในกรณีการตรวจทั้ง 3 ครั้งว่ามีปฏิกิริยาทั้งหมด

ถ้าคุณได้รับ ”ผลเป็นบวก” ไม่ควรหวั่นวิตกหรือหมดหวัง มีคนจำนวนมากที่ได้รับผลการตรวจเป็นบวกที่ยังมีชีวิตยืนยาวและสุขภาพที่แข็งแรง โดยปฏิบัติตามโปรแกรมรักษาที่ใช้ยาต้านไวรัสพร้อมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่เป็นปกติได้

คุณจะได้รับคำปรึกษาในเรื่องการดูแลตัวเองและคนที่คุณรักอย่างเป็นพิเศษ จำไว้ว่า HIV ไม่สามารถที่จะติดต่อได้ง่ายอย่างเชื้อไวรัสอื่นๆ HIV ไม่สามารถติดต่อกันทางอาหาร เครื่องดื่ม น้ำลาย ยุง จูบ กอด หรือสัมผัส แต่คุณต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยป้องกันการติดเชื้อของโรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์อื่นๆและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ไปสู่คู่ของคุณ คุณสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้แต่ต้องมีอย่างปลอดภัย

พยาบาลจะแนะนำให้คุณติดต่อทุกคนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยในช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจจะไม่ทราบว่าคุณได้แพร่เชื้อไวรัสนี้ไปให้พวกเขาโดยที่ไม่รู้ตัว คุณควรให้พวกเขาเข้ารับการตรวจ HIV เพื่อที่จะให้พวกเขาเหล่านั้นปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เป็นการแพร่เชื้อต่อไป

หลายคนที่มีเชื้อเอชไอวีแล้วเขายังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีสุขภาพที่แข็งแรง สิ่งเหล่านนี้ก็สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้เช่นกัน เพียงแค่คุณใช้ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นชนิดน้ำ คุณก็สามารถป้องกันตัวคุณเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ (STIs) และยังสามารถป้องกันคู่ของคุณจากเชื้อเอชไอวีได้อีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในการใช้ถุงยาง คลิกที่นี่

จำไว้ว่า

คุณไม่ต้องผ่านอุปสรรคนี้โดนลำพัง คุณอาจตัดสินใจบอกเพื่อนสนิทก่อนที่จะบอกคนในครอบครัวของคุณ นั้นคือทางเลือกของคุณที่คุณเป็นคนตัดสินใจเอง อย่างไรก็ตามคุณต้องคุยเรื่องนี้กับใครสักคน
การเมินเฉยไม่สนใจไม่ช่วยให้การติดเชื้อนี้หมดไปจากตัวคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่สามารถหรือไม่อยากบอกครอบครัวและเพื่อน พยาบาลสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับบริการต่างๆในกรุงเทพที่จะช่วยคุณได้
ทางเราแนะนำบริการขององค์กรต่างๆ ต่อไปนี้

  • สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย: www.rsat.info
  • มูลนิธิเดอะพอส โฮมเซ็นเตอร: www.thepoz.org
  • มูลนิธิเพื่อนพนักงานการบริการ: www.Swingthailand.org
  • มูลนิธิเอชไอวีประเทศไทย: www.thfthailand.org

เพื่อที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด PDF

มีผลเป็นลบ (ไม่มีปฏิกิริยา):

ผลการตรวจ HIV มาตรฐาน ต้องใช้ผลการตรวจ 2-3 ชุด ซึ่งแต่ละชุดอุปกรณ์การตรวจจะใช้วิธีการตรวจที่ไม่เหมือนกันสำหรับการตรวจเลือดคนเดียว แต่อย่างไรก็ตามชุดอุปกรณ์การตรวจแรกเป็นชุดการตรวจที่มีความละเอียดสูง ซึ่งหากผลการตรวจออกมาเป็นไม่มีปฏิกิริยา คุณจะรับผลการตรวจที่มีผลเป็น “ลบ”

ถ้าผลการตรวจออกมามีผลเป็น “ลบ” คุณจะได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และสุขภาพสุขเพศที่ดีของคุณ คำปรึกษาเหล่านี้จะทำให้คุณมีเพศสัมพันธ์ปรกติได้อย่างต่อเนื่อง คำปรึกษาเหล่านี้รวมถึงการตรวจ HIV ทุกๆ 3-6 เดือน

สิ่งที่สำคัญที่สุด จดไว้เลยว่า ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นชนิดน้ำเป็นหนึ่งในหนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันคุณจากเชื้อ HIV สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย คลิกที่นี่

4

ปลอดภัยไว้ก่อน

รู้ไว้ใช่ว่า

ปลอดภัยไว้ก่อน

ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็ตาม รุก,รับหรือจะสลับขั้ว(โบท) ปลอดภัยไว้ก่อน โดยใช้ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นชนิดน้ำอย่างถูกวิถียังคงเป็นวิถีที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันตัวของคุณจากเชื้อเอชไอวีและยังสามารถป้องกันเชื้อเอชไอวีจากของเหลวในร่างกาย(น้ำอสุจิ หรือเยื่อเมือกทวารหนักสำหรับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี)มาสัมผัสในจุดที่สามารถรับเชื้อของคู่ของคุณ (ในทวารหนัก, รูปัสสาวะ หนังหุ้มปลายและบริเวณหัวของอวัยวะเพศชาย)

ใส่ถุงยางอนามัยอย่างไรให้ถูกต้อง

ขั้นแรก: เมื่ออวัยวะเพศของคุณแข็งตัว นำถุงยางอนามัยออกจากซองอย่างระมัดระวัง โดยใช้มือฉีก เพราะการใช้ฟันฉีกซองถุงยางอนามัยอาจจะทำให้ถุงยางอนามัยเกิดการฉีกขาดได้จากนั้นบีบไล่อากาศออกจากจุกปลายของถุงยางอนามัย (ถ้ามี) แล้วรูดถุงยางอนามัยลงให้สุดโคนอวัยวะเพศของคุณ ระวังอย่าใส่ถุงยางอนามัยให้ตึงจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ถุงยางอนามัยแตกได้

ขั้นที่สอง: รูดถุงยางอนามัยลงให้สุดอวัยวะเพศของคุณ เพื่อให้แน่ใจมันจะไม่ลื่นหลุด จากนั้นทาเจลหล่อลื่นชนิดน้ำให้ทั่วถุงยางอนามัยและอวัยวะเพศของคุณ ไม่ควรใช้เจลหล่อลื่นมากไป และไม่ควรใช้สารหล่อลื่นใดๆ บนอวัยวะเพศของคุณก่อนสวมใส่ถุงยางอนามัยเพราะอาจจะทำให้ถุงยางอนามัยลื่นหลุดได้

ขั้นที่สาม: หมั่นตรวจสอบถุงยางอนามัย ขณะที่มีเพศสัมพันธ์เพื่อดูว่าถุงยางอนามัยไม่ได้หลุดออกหรือฉีกขาด ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์กันเป็นระยะเวลานานต้องใช้สารหล่อลื่นมากขึ้น เมื่อคุณต้องการดึงออกให้จับตรงโคนของถุงยางอนามัยเพื่อไม่ให้มันหลุด และควรดึงถุงยางอนามัยออกก่อนที่อวัยวะเพศจะอ่อนตัว

เมื่อไรที่ การใช้ ถุงยางไม่เกิดประสิทธิภาพ?

ได้แก่

  • ไม่ทราบวิธีการใส่ถุงยาง
  • คลี่ถุงยางอนามัยก่อนการสวมใส่ที่อวัยวะเพศ
  • การใช้สารหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันรวมทั้งครีมบางชนิด ครีมบำรุงผิวหรือแชมพู
  • การใช้สารหล่อลื่นไม่เพียงพอ
  • การใช้สารหล่อลื่นในริเวณที่ที่ไม่ถูกต้องเช่นบริเวณอวัยวะเพศของก่อนที่จะใส่ถุงยางอนามัยหรือไม่ใช้เจลหล่อลื่นกับฝ่ายที่เป็นรับ
  • การร่วมเพศเป็นเวลานานโดยใช้ถุงยางอนามัยอันเดียว
  • การใช้ถุงยางอนามัยที่หมดอายุ (ควรตรวจสอบวันหมดอายุบนซอง)
  • การใช้ของถุงยางอนามัยที่ขนาดไม่เหมาะสมกับขนาดของอวัยวะเพศ

จะหาถุงยางอนามัยได้จากที่ไหนบ้าง?

คลินิกตรวจเลือดส่วนใหญ่จะมีถุงยางแจกฟรี จัดไว้ให้สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจเอชไอวี นอกจากนั้นคุณยังสามารถซื้อถุงยางอนามัยได้ที่ซุปเปอร์มาเก็ต (Big C or Tops), ร้านขายยา รวมทั้ง 7-11 และร้านสะดวกซื้อต่างๆ

มั่นใจได้เลยว่า ถ้าคุณไปคลินิกที่สนับสนุน TestBKKรับประกันว่าคุณจะได้รับถุงยางฟรีแน่นอน!!

Language: 
th
5

รู้จักยาเพร็พหรือมีคำถามในใจ?

หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับยาเพร็พหรืออยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่หมวดคำถามที่พบบ่อยด้านล่างนี้

ยาเพร็พ (ยาต้านก่อนเสี่ยง) คืออะไร? – ข้อมูลพื้นฐาน

ยาต้านไวรัสก่อนสัมผัสเชือคือนวัตกรรมการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีรูปแบบใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพ มีไว้ให้ผู้ที่มีผลเลือดเป็นลบใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในกรณีมี่สัมผัสกับเชื้อไวรัส ยาต้านไวรัสก่อนสัมผัสเชื้อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากชุดเครื่องมือป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีที่มีอยู่เพื่อให้เราเลือกใช้ได้.

ชมวีดีโอด้านล่างเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเพร็พ(PrEP).

PrEP Video

งานวิจัย

มีงานวิจัยยาเพร็พที่ได้ดำเนินการไปแล้วและกำลังดำเนินการอยู่ ทั้งในทวีปแอฟริกา เอเชีย อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ งานวิจัยเหล่านี้ได้รับผู้คนหลากหลายที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใช้ถุงยางอนามัยและใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เข้าร่วมงานวิจัย

จากงานวิจัย เราได้รู้ว่า เช่นเดียวกับวิธีการป้องกันเอชไอวีทั้งหลาย ถ้าคุณไม่ใช้มัน มันก็ไม่ได้ผล อันหมายความว่าถ้าคุณไม่กินยาต้านก่อนเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ มันก็ไม่สามารถปกป้องคุณจากเอชไอวีได้ แต่ถ้าคุณกินยาต้านก่อนเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ มันก็จะช่วยปกป้องคุณจากเอชไอวีได้มาก

อย่างไรก็ตาม การใช้ชุดยาต้านไวรัสก่อนสัมผัสเชื้อไม่ได้เหมาะกับทุกๆคน เพื่อช่วยคุณในการพิจารณาการใช้ยาเพร็พ  เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยไว้แล้วดังนี้

คำออกตัว: ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เป็นเพียงข้อมูลสาธารณะประโยชน์ทั่วไปเท่านั้น ถ้าคุณต้องการที่จะกินยาเพร็พ โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์หรือผู้ให้การปรึกษา

ผมควรใช้ยาเพร็พไหม?

ยาเพร็พไม่ได้เหมาะกับทุกๆ คน แต่สามารถเป็นประโยชน์ต่อทั้งชาย หญิง และสาวประเภทสอง ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และสามารถที่จะกินยาเพร็พทุกวันอย่างต่อเนื่องได้

ถ้าคุณตอบ “ใช่” ในคำถามใดคำถามหนึ่งข้างล่างนี้ ยาเพร็พอาจเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันเอชไอวีที่คุณควรพิจารณาเลือกใช้

  • คุณใช้ถุงยางอนามัยเพียงบางครั้งหรือไม่ใช้เลย
  • คุณติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ
  • คุณเคยใช้ยาต้านไวรัสหลังการสัมผัสเชื้อ (ยาต้านฉุกเฉิน/ยาต้านหลังเสี่ยง/ยาเพ็พ) มากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
  • แฟนและคุณมีสถานะผลเลือดที่ต่างกัน คือแฟนของคุณมีเชื้อเอชไอวี แต่คุณไม่มี
  • คุณอยู่ในความสัมพันธ์แบบเปิด หรือมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน
  • คุณมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่คุณไม่รู้สถานะผลเลือดของเขา
  • คุณมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มาจากเมืองหรือภูมิภาคที่มีผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีเป็นจำนวนมาก
หากผมใช้ยาเพร็พ ผมยังต้องใช้ถุงยางอนามัยอีกหรือไม่?

เราไม่ได้เป็นตำรวจตรวจการใช้ถุงยางอนามัยและไม่ได้บงการชีวิตทางเพศของคุณ แต่ในการที่จะตอบคำถามนี้นั้นมันขึ้นกับอยู่ว่าคุณและคู่นอนของคุณต้องการอะไรในการช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าคุณต้องใช้ถุงยางอนามัย ถุงยางอนามัยนั้นเป็นอุปกรณ์ป้องกันเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ แต่เราก็รู้ว่ามีหลายคนที่ไม่ได้ใช้มันทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ยาเพร็พจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการป้องกันเชื้อเอชไอวี

อย่างไรก็ตาม การใช้ยาเพร็พไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส หนองใน และหนองในเทียม ถุงยางอนามัยจึงยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันเราจากเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

หากผมกินยาเพร็พ ผมต้องกินมันไปตลอดชีวิตเลยหรือไม่?

คำตอบคือไม่ หลายคนใช้ยาเพร็พในช่วงเวลาที่ตนมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เช่นช่วงสงกรานต์ และเลิกใช้เมื่อไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีความเสี่ยง (ช่วงที่ไม่มีเพศสัมสัมพันธ์)

ตัวอย่างเช่น คุณเริ่มกินยาเพร็พเพราะคุณมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคนที่คุณไม่แน่ใจในสถานะผลเลือดของเขา แต่ต่อมาคุณมีความสัมพันธ์กับคู่นอนที่ไม่มีเชื้อเอชไอวีเพียงคนเดียว ในกรณีนี้การกินยาเพร็พต่อไปอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น

ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่ายาเพร็พจะออกฤทธิ์ป้องกัน?

ยาเพร็พจะใช้เวลาสักช่วงหนึ่งในการสร้างและออกฤทธิ์การป้องกันในร่างกายเพื่อต่อต้านกับเชื้อ สำหรับระยะเวลาที่แน่นอนนั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนวิจัย อย่างไรก็ตามมีข้อมูลยืนยันว่าระดับยาจะถูกดูดซึมเข้าสู้เนื้อเยื่อในช่วงทวารหนักเมื่อเข้าวันที่7 ของการทานยา ซึ่งคุณจะทานยาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันทุกวัน

ควรทำอย่างไรเมื่อลืมทานยาเพร็พ?

การทานยาเพร็พให้ตรงเวลาทุกๆวันเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่อย่าเพิ่งตกใจหากคุณลืมทานยาเพร็พ คุณสามารทานยาเมื่อคุณจำได้ได้วันดังกล่าว หากคุณทานยาเพร็พตอนค่ำทุกวันและลืมทาน คุณสามารถทานได้ในวันต่อไปตอนเช้า อย่างไรก็ตาม คุณควรพยายามทานให้ตรงเวลาทุกๆวัน หากคุณพลาดไป พยายามมากขึ้นในครั้งต่อๆไป

มีคำแนะนำเกร็ดเล็กๆน้อยเพื่อช่วยให้คุณไม่ลืมทานยาเพร็พ เช่น หากคุณเลือกช่วงเวลาทานยาเพร็พเป็นช่วงเช้า คุณอาจจะวางกระปุกยาไว้ใกล้ๆกับแปรงสีฟันที่คุณจะต้องแปรงฟันอยู่ทุกเช้า ก็จะช่วยไม่ให้ลืมทานยาได้ หรือแม้แต่การต้องการเตือนบนโทรศัพท์มือถือของคุณไม่ให้ลืมทานยา เป็นต้น

การทานยาแบบต่อเนื่องทุกวันโดยไม่ลืมเป็นสิ่งที่สำคัญ พยายามหาวิธีของคุณที่จะช่วยให้ไม่ลืมการทานยา ซึ่งเมื่อทานไปเรื่อยๆเป็นกิจวัตรปัญหาการลืมทานยาอาจน้อยลง แต่ถ้าหากว่าคุณลืมทานบ่อยครั้ง ลองปรึกษากับแพทย์ดู อาจจะได้คำแนะนำและเกร็ดต่ายๆมาปฏิบัติใช้ก็เป็นได้

ผมควรตรวจเลือดบ่อยแค่ไหนเมื่อเริ่มกินยาเพร็พ?

ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ยาเพร็พคุณจะต้องได้รับการยืนยันว่าสถานะเลือดของคุณเป็นลบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดการดื้อยาต้านไวรัสถ้าคุณมีเชื้อเอชไอวีอยู่ในตัวแล้ว การดื้อยาต้านไวรัสคือการที่ยาต้านไวรัสไม่สามารถควบคุมปริมาณของเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ในกรณีที่คุณมีเชื้ออยู่ในตัวแล้ว ดังนั้นการยืนยันสถานะผลเลือดลบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากก่อนที่คุณจะเริ่มกินยาเพร็พ

เมื่อคุณกินยาเพร็พ คุณควรหมั่นตรวจเลือดทุกๆ สามเดือนเพื่อให้มั่นใจว่าการกินยาเพร็พเป็นวิธีที่ถูกต้องสำหรับคุณ

ยาเพร็พมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง? ร่างกายของผมจะได้รับผลกระทบอย่างไร?

ในช่วงสองสามสัปดาห์แรกหลังจากเริ่มกินยาเพร็พ บางคนบ่นว่ามีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเปลี้ยเพลียแรง และมึนหัว ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปเองในเวลาไม่นาน อาการเหล่านี้เรียกว่าเป็น “อาการช่วงเริ่มกินยา”

ผู้เข้าร่วมการวิจัยบางคนมีค่าการทำงานของไตสูงขึ้นเมื่อตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไต อาการข้างเคียงแบบนี้ไม่มีอาการแสดงออกทางร่างกายให้เห็นได้ชัดเจน ดังนั้นคุณจึงควรจำไว้เสมอว่าถ้าคุณกินเพร็พคุณควรให้แพทย์ตรวจการทำงานของไตเป็นประจำด้วย

ผู้เข้าร่วมการวิจัยบางคนมีความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลงในช่วงสองสามเดือนแรก แต่ก็เป็นการลดลงเพียงเล็กน้อย ไม่ต่อเนื่องในระยะยาว และไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเปราะแตกของกระดูก เมื่อหยุดกินยาเพร็พแล้วความหนาแน่นของมวลกระดูกจะกลับสู่ระดับเดิม

 

หาข้อมูลเพิ่มเติมหรือซื้อยาเพร็พได้ที่ไหนบ้างในประเทศไทย?

คุณสามารถเข้าถึงบริการยาเพร็พได้ในหลายๆสถานที่บริการพยาบาลในประเทศไทย หากคุณอาศัยอยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ คลิ๊กที่นี่เพื่อหาคลีนิคที่ให้บริการยาเพร็พใกล้บ้านคุณ

ราคาของยาเพร็พในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?

คุณสามารเข้ารับบริการยาเพร็พได้ในราคาที่คุณสามารถจ่ายได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ราคาเริ่มที่ประมาณ 900 บาทต่อเตือน ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายการตรวจอื่นๆที่เกี่ยวข้องก่อนรับบริการเช่น ตรวจเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตรวจการทำงานของไต